หลายคนทำ Backlink เยอะ
แต่อันดับไม่ขึ้น
สาเหตุหนึ่งที่สำคัญมากคือ “Anchor Text”
ถ้าใช้ผิด
อันดับไม่ขยับ
ถ้าใช้ถูก
คีย์เวิร์ดจะถูกส่งพลังตรงจุด
① Anchor Text คืออะไร
Anchor Text คือ ข้อความที่ใช้เป็นลิงก์เชื่อมไปยังหน้าอื่น
ตัวอย่าง:
รับทำ SEO
คำว่า “รับทำ SEO” คือ Anchor Text
Google ใช้ Anchor Text เพื่อเข้าใจว่า
หน้าปลายทางเกี่ยวกับอะไร
② Anchor Text ส่งผลต่อ Keyword Ranking อย่างไร
เมื่อเว็บไซต์อื่นลิงก์มาหาคุณ
Google จะอ่าน Anchor Text เพื่อประเมินหัวข้อหน้า
ถ้า Anchor Text ตรงกับคีย์เวิร์ดหลัก
จะช่วยเสริมอันดับ
แต่ถ้ามากเกินไป
อาจถูกมองว่าปั่นอันดับ
③ ประเภทของ Anchor Text
1️⃣ Exact Match
ใช้คีย์เวิร์ดตรงตัว
ตัวอย่าง:
รับทำ Backlink
มีพลังสูง
แต่ใช้มากเกินไปเสี่ยงโดนลดอันดับ
2️⃣ Partial Match
มีคีย์เวิร์ดผสมในประโยค
ตัวอย่าง:
บริการรับทำ SEO สำหรับธุรกิจออนไลน์
ปลอดภัยกว่า Exact Match
3️⃣ Branded Anchor
ใช้ชื่อแบรนด์
ตัวอย่าง:
Comsiam
ปลอดภัยที่สุด
4️⃣ Generic Anchor
เช่น “คลิกที่นี่”, “อ่านเพิ่มเติม”
ไม่มีพลังคีย์เวิร์ด
แต่ช่วยให้โปรไฟล์ลิงก์ดูธรรมชาติ
④ Anchor Text ที่ดีควรเป็นอย่างไร
โครงสร้างที่ปลอดภัย:
40–60% Branded
20–30% Partial Match
10–20% Exact Match
ที่เหลือเป็น Generic
Google ต้องการความเป็นธรรมชาติ
ไม่ใช่ Anchor ซ้ำแบบตั้งใจปั่น
⑤ Anchor Text กับ Internal Link
ไม่ใช่แค่ Backlink ภายนอก
Internal Link ก็สำคัญมาก
บทความ Informational
ควรลิงก์ไปหน้า Transactional ด้วย Anchor ที่เหมาะสม
ตัวอย่าง:
บทความให้ความรู้
ลิงก์ไป
รับทำ SEO
นี่คือการส่งสัญญาณหัวข้ออย่างถูกต้อง
⑥ ความผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ ใช้ Exact Match 100%
❌ Anchor เหมือนกันทั้งเว็บ
❌ ไม่กระจายประเภท Anchor
❌ ไม่เชื่อม Internal Link
Anchor Text คือกลไกละเอียด
ใช้ผิดอาจกระทบทั้งโดเมน
⑦ กลยุทธ์ Anchor ระยะยาว
กระจาย Anchor อย่างเป็นธรรมชาติ
ใช้ Branded เป็นฐาน
ใช้ Exact เฉพาะหน้าหลัก
สร้าง Content รองรับคีย์เวิร์ดก่อนทำ Backlink
SEO ที่แข็งแรง
ต้องมี Anchor Strategy ชัดเจน
สรุป
Anchor Text คือ “ตัวบอก Google ว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร”
ถ้าใช้ถูก
จะช่วยดันคีย์เวิร์ดตรงจุด
ถ้าใช้ผิด
อาจทำให้อันดับไม่ขึ้น หรือโดนลดความน่าเชื่อถือ
SEO ที่ดี
ต้องคิด Anchor ควบคู่กับ Keyword Strategy เสมอ