Skip to main content

Branded Keyword vs Non-Branded Keyword – ควรโฟกัสแบบไหนให้โตทั้ง Traffic และยอดขาย

 หลายธุรกิจทำ SEO แล้วสงสัยว่า

ควรดัน “ชื่อแบรนด์ตัวเอง” หรือควรไปล่าคำกว้าง ๆ ที่คนค้นหาเยอะกว่า?

คำตอบคือ ต้องเข้าใจความต่างระหว่าง
Branded Keyword และ Non-Branded Keyword


① Branded Keyword คืออะไร

Branded Keyword คือ คีย์เวิร์ดที่มี “ชื่อแบรนด์” อยู่ในคำค้น

ตัวอย่าง:

  • comsiam

  • comsiam seo

  • บริษัท comsiam

คนที่ค้นคำแบบนี้มัก:

  • รู้จักแบรนด์แล้ว

  • ต้องการเข้าเว็บไซต์โดยตรง

  • มีความเชื่อมั่นระดับหนึ่ง

Intent มักเป็น Navigational หรือ Transactional


② Non-Branded Keyword คืออะไร

Non-Branded Keyword คือ คีย์เวิร์ดทั่วไปที่ไม่มีชื่อแบรนด์

ตัวอย่าง:

  • รับทำ SEO

  • รับทำ Backlink

  • บริษัทรับทำ SEO ที่ไหนดี

คำกลุ่มนี้คือแหล่ง Traffic ใหม่
และเป็นช่องทางหาลูกค้าที่ “ยังไม่รู้จักคุณ”

เช่นคำว่า
รับทำ SEO
หรือ
รับทำ Backlink


③ ความแตกต่างด้าน Intent และ Conversion

ประเภทความคุ้นเคยการแข่งขันConversion
Brandedสูงต่ำสูงมาก
Non-Brandedต่ำสูงปานกลาง–สูง

Branded มักปิดการขายง่ายกว่า
แต่ Non-Branded คือเครื่องมือขยายตลาด


④ ควรโฟกัสแบบไหนก่อนดี

เว็บใหม่

ควรโฟกัส Non-Branded ก่อน
เพื่อดึงคนเข้ามารู้จักแบรนด์


เว็บที่มีฐานลูกค้าแล้ว

ควรทำ Branded ให้แข็งแรง
เพื่อครองหน้าแรกทั้งหมดของชื่อแบรนด์


กลยุทธ์ที่ดีที่สุด

ทำ “ทั้งสองแบบ” แต่จัดลำดับให้ถูก:

  1. ใช้ Non-Branded สร้าง Traffic

  2. ใช้ Branded ปิดการขาย

  3. ทำ Cluster สนับสนุนคำหลัก


⑤ Branded Keyword สำคัญต่อ Authority อย่างไร

ถ้าคนค้นหาชื่อแบรนด์คุณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
Google จะมองว่า:

แบรนด์นี้มีความต้องการจริง

สิ่งนี้ช่วยเสริม Brand Signal
และส่งผลดีต่อ SEO โดยรวม


⑥ ความผิดพลาดที่พบบ่อย

❌ ทำแต่ Branded โดยไม่ขยายตลาด
❌ ทำแต่ Non-Branded แต่ไม่มีหน้าแบรนด์แข็งแรง
❌ ไม่ปกป้องหน้าแรกของชื่อแบรนด์ตัวเอง

ทุกธุรกิจควรครองหน้าแรกของชื่อแบรนด์ 100%


⑦ กลยุทธ์ระยะยาวที่แนะนำ

  1. สร้าง Pillar สำหรับคำ Non-Branded

  2. ทำ Cluster รองรับ

  3. เสริม Branded Content เช่น About, Case Study

  4. ทำ Internal Link เชื่อมกันทั้งระบบ

นี่คือวิธีสร้างทั้ง Traffic และความน่าเชื่อถือพร้อมกัน


สรุป

Branded Keyword = ปิดการขาย
Non-Branded Keyword = ขยายตลาด

SEO ที่โตเร็วและมั่นคง
ต้องวางกลยุทธ์ทั้งสองด้านควบคู่กัน

อย่าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
แต่ต้องจัดลำดับให้ถูกตามช่วงเติบโตของเว็บไซต์

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Primary Keyword vs Secondary Keyword ต่างกันอย่างไร – วางโครงสร้างคีย์เวิร์ดให้ถูก ก่อนทำอันดับ

 หลายเว็บทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้น เพราะ “ไม่แยกบทบาทคีย์เวิร์ด” การรู้ว่าอะไรคือ Primary Keyword และอะไรคือ Secondary Keyword คือพื้นฐานของการจัดโครงสร้างหน้าแบบมืออาชีพ ① Primary Keyword คืออะไร Primary Keyword คือ คีย์เวิร์ดหลักของหน้านั้น เป็นคำที่คุณต้องการให้หน้านั้นติดอันดับมากที่สุด ตัวอย่าง: หน้า Service หลัก Primary Keyword = “รับทำ SEO” → รับทำ SEO บทความให้ความรู้ Primary Keyword = “Keyword คืออะไร” หนึ่งหน้า = หนึ่ง Primary เท่านั้น ② Secondary Keyword คืออะไร Secondary Keyword คือ คำรองที่เกี่ยวข้องกับ Primary ช่วยขยายบริบท และเพิ่มโอกาสติดหลายคำพร้อมกัน ตัวอย่างหน้า “Keyword คืออะไร” Secondary อาจเป็น: Keyword Research Search Intent Long-tail Keyword Keyword Difficulty คำรองช่วยให้บทความ “ครอบคลุม” มากขึ้น ③ ทำไมต้องแยก Primary กับ Secondary ถ้าไม่แยก จะเกิดปัญหา: คีย์เวิร์ดซ้ำหลายหน้า Google สับสน อันดับแกว่ง แต่ถ้าแยกชัดเจน: โครงสร้างเว็บชัด Internal Link มีทิศทาง คำหลักแข็งแรงจริง นี่คือหลักของ Keyword Mapping ④ วิธีเลือก Primary Keyword ให้ถูก เลือกจาก 4 ปัจจัย...

Off-Page SEO คืออะไร และทำอย่างไรให้ปลอดภัยไม่โดนลงโทษ

 Off-Page SEO คือปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ที่มีผลต่ออันดับใน Google โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือ (Authority) และความนิยม (Popularity) ของโดเมน หาก On-Page คือโครงสร้างภายในบ้าน Off-Page ก็คือ “ชื่อเสียงของบ้านหลังนั้นในสายตาคนอื่น” บทความนี้อธิบาย Off-Page SEO แบบครบ Intent พร้อมแนวทางปลอดภัยในปี 2026 ① Off-Page SEO คืออะไร Off-Page SEO คือการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ผ่านปัจจัยภายนอก เช่น Backlink Brand Mention Social Signal Citation Digital PR Google ใช้สิ่งเหล่านี้วัดว่า “เว็บนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน” ② Backlink คือหัวใจของ Off-Page จริงหรือไม่ คำตอบคือ “ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด” Backlink คือ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่นมายังเว็บไซต์เรา Google มองว่าเป็น “คะแนนโหวต” แต่ปี 2026 Google ไม่ดูแค่จำนวนลิงก์ Google ดู: คุณภาพเว็บต้นทาง ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา Anchor Text Context รอบลิงก์ Backlink 10 ลิงก์คุณภาพ ดีกว่า 1,000 ลิงก์สแปม ③ ประเภทของ Backlink ที่ควรรู้ 1. Natural Backlink เกิดจากคนลิงก์ให้เอง เพราะคอนเทนต์ดี 2. Outreach Backlink เกิดจากการต...