Skip to main content

E-E-A-T คืออะไร และทำอย่างไรให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือในสายตา Google

 E-E-A-T คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพเว็บไซต์ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเงิน สุขภาพ และธุรกิจ หากต้องการติดอันดับระยะยาวในปี 2026 การเข้าใจ E-E-A-T เป็นสิ่งจำเป็น


① E-E-A-T คืออะไร

E-E-A-T ย่อมาจาก:

  • Experience (ประสบการณ์จริง)

  • Expertise (ความเชี่ยวชาญ)

  • Authoritativeness (ความน่าเชื่อถือในวงการ)

  • Trustworthiness (ความไว้วางใจได้)

Google ใช้แนวคิดนี้เพื่อประเมินว่า “เว็บนี้ควรเชื่อถือหรือไม่”


② Experience สำคัญอย่างไร

Experience คือ “ประสบการณ์ตรง”

ตัวอย่าง:

  • มีกรณีศึกษาจริง

  • มีภาพงานจริง

  • มีตัวอย่างผลลัพธ์จริง

บทความที่เขียนจากประสบการณ์จริง จะมีคุณภาพสูงกว่าเว็บที่เขียนแบบทั่วไป


③ Expertise แสดงความเชี่ยวชาญอย่างไร

วิธีเพิ่ม Expertise:

  • เขียนบทความเชิงลึก

  • ใช้ข้อมูลอ้างอิง

  • อธิบายขั้นตอนละเอียด

  • ไม่เขียนผิวเผิน

ธุรกิจที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือในสาย SEO ควรวางโครงสร้างผ่าน บริการ SEO ที่เน้นระบบและความเชี่ยวชาญจริง


④ Authoritativeness สร้างอย่างไร

Authority มาจาก:

  • Backlink คุณภาพ

  • การถูกอ้างอิง

  • การพูดถึงแบรนด์

  • การมีคอนเทนต์ครบคลัสเตอร์

ยิ่งมี Topical Authority มาก Google ยิ่งมองว่าเชี่ยวชาญ


⑤ Trustworthiness สำคัญที่สุดหรือไม่

Trust คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด

วิธีเพิ่ม Trust:

  • มีหน้า About Us ชัดเจน

  • มีข้อมูลติดต่อจริง

  • ใช้ HTTPS

  • ไม่มีโฆษณาหลอกลวง

  • รีวิวจริง

เว็บไซต์ที่ดูไม่น่าเชื่อถือจะไม่ติดอันดับในคีย์สำคัญ


⑥ E-E-A-T กับ Backlink เกี่ยวข้องอย่างไร

Backlink จากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
ช่วยเพิ่ม Authoritativeness

การสร้างลิงก์แบบมีบริบท เช่น บริการสร้าง Backlink ที่คัดกรองคุณภาพ จะปลอดภัยกว่าแนวทางสแปม


⑦ ทำไมปี 2026 E-E-A-T สำคัญขึ้น

เพราะ AI Content เพิ่มจำนวนมาก

Google ต้องแยกว่า:

  • เว็บไหนมีตัวตนจริง

  • เว็บไหนมีประสบการณ์จริง

  • เว็บไหนเชี่ยวชาญจริง

E-E-A-T จึงเป็นตัวกรองคุณภาพ


⑧ วิธีเพิ่ม E-E-A-T ให้เว็บไซต์ใหม่

ลำดับที่ควรทำ:

  1. สร้างคอนเทนต์ลึกในหัวข้อเดียว

  2. ทำ Internal Linking เป็นระบบ

  3. มีหน้า Author ชัดเจน

  4. ขอรีวิวจากลูกค้า

  5. สร้าง Backlink คุณภาพ

อย่าพยายามเร่งอันดับด้วยวิธีลัด


⑨ ความผิดพลาดที่ทำให้ E-E-A-T ต่ำ

  • ไม่มีข้อมูลเจ้าของเว็บ

  • ไม่มีหน้า Contact

  • ใช้เนื้อหา AI แบบไม่ปรับปรุง

  • ไม่มีโครงสร้างเว็บไซต์ชัดเจน

  • ลิงก์จากเว็บสแปม

Google วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ได้ละเอียดมาก


⑩ E-E-A-T กับ SEO ระยะยาว

SEO ปี 2026 ไม่ใช่แค่เทคนิค
แต่คือ “ความน่าเชื่อถือเชิงระบบ”

เว็บที่มี E-E-A-T สูง:

  • ติดอันดับง่าย

  • อันดับนิ่ง

  • ไม่ตกง่ายเมื่ออัปเดตอัลกอริทึม


สรุป E-E-A-T

E-E-A-T คือแนวคิดประเมินคุณภาพเว็บไซต์ผ่าน Experience, Expertise, Authority และ Trust หากต้องการติดอันดับอย่างยั่งยืนในปี 2026 ต้องสร้างตัวตนจริง เนื้อหาลึก และความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่แค่เทคนิค SEO

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Primary Keyword vs Secondary Keyword ต่างกันอย่างไร – วางโครงสร้างคีย์เวิร์ดให้ถูก ก่อนทำอันดับ

 หลายเว็บทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้น เพราะ “ไม่แยกบทบาทคีย์เวิร์ด” การรู้ว่าอะไรคือ Primary Keyword และอะไรคือ Secondary Keyword คือพื้นฐานของการจัดโครงสร้างหน้าแบบมืออาชีพ ① Primary Keyword คืออะไร Primary Keyword คือ คีย์เวิร์ดหลักของหน้านั้น เป็นคำที่คุณต้องการให้หน้านั้นติดอันดับมากที่สุด ตัวอย่าง: หน้า Service หลัก Primary Keyword = “รับทำ SEO” → รับทำ SEO บทความให้ความรู้ Primary Keyword = “Keyword คืออะไร” หนึ่งหน้า = หนึ่ง Primary เท่านั้น ② Secondary Keyword คืออะไร Secondary Keyword คือ คำรองที่เกี่ยวข้องกับ Primary ช่วยขยายบริบท และเพิ่มโอกาสติดหลายคำพร้อมกัน ตัวอย่างหน้า “Keyword คืออะไร” Secondary อาจเป็น: Keyword Research Search Intent Long-tail Keyword Keyword Difficulty คำรองช่วยให้บทความ “ครอบคลุม” มากขึ้น ③ ทำไมต้องแยก Primary กับ Secondary ถ้าไม่แยก จะเกิดปัญหา: คีย์เวิร์ดซ้ำหลายหน้า Google สับสน อันดับแกว่ง แต่ถ้าแยกชัดเจน: โครงสร้างเว็บชัด Internal Link มีทิศทาง คำหลักแข็งแรงจริง นี่คือหลักของ Keyword Mapping ④ วิธีเลือก Primary Keyword ให้ถูก เลือกจาก 4 ปัจจัย...

Off-Page SEO คืออะไร และทำอย่างไรให้ปลอดภัยไม่โดนลงโทษ

 Off-Page SEO คือปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ที่มีผลต่ออันดับใน Google โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือ (Authority) และความนิยม (Popularity) ของโดเมน หาก On-Page คือโครงสร้างภายในบ้าน Off-Page ก็คือ “ชื่อเสียงของบ้านหลังนั้นในสายตาคนอื่น” บทความนี้อธิบาย Off-Page SEO แบบครบ Intent พร้อมแนวทางปลอดภัยในปี 2026 ① Off-Page SEO คืออะไร Off-Page SEO คือการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ผ่านปัจจัยภายนอก เช่น Backlink Brand Mention Social Signal Citation Digital PR Google ใช้สิ่งเหล่านี้วัดว่า “เว็บนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน” ② Backlink คือหัวใจของ Off-Page จริงหรือไม่ คำตอบคือ “ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด” Backlink คือ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่นมายังเว็บไซต์เรา Google มองว่าเป็น “คะแนนโหวต” แต่ปี 2026 Google ไม่ดูแค่จำนวนลิงก์ Google ดู: คุณภาพเว็บต้นทาง ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา Anchor Text Context รอบลิงก์ Backlink 10 ลิงก์คุณภาพ ดีกว่า 1,000 ลิงก์สแปม ③ ประเภทของ Backlink ที่ควรรู้ 1. Natural Backlink เกิดจากคนลิงก์ให้เอง เพราะคอนเทนต์ดี 2. Outreach Backlink เกิดจากการต...