Skip to main content

Google Algorithm คืออะไร และอัปเดตอย่างไรให้ไม่อันดับตก

Google Algorithm คือระบบการคำนวณที่ใช้จัดอันดับเว็บไซต์ในผลการค้นหา หากคุณทำ SEO จริงจัง การเข้าใจอัลกอริทึมคือสิ่งสำคัญ เพราะทุกการอัปเดตสามารถทำให้อันดับขึ้นหรือลงได้ทันที

บทความนี้อธิบาย Google Algorithm แบบเข้าใจง่าย พร้อมแนวทางรับมือในปี 2026


① Google Algorithm คืออะไร

Google Algorithm คือชุดกฎและระบบ AI ที่ใช้ประเมินว่า:

  • หน้าเว็บไหนเกี่ยวข้องที่สุด

  • หน้าเว็บไหนมีคุณภาพสูงสุด

  • หน้าเว็บไหนน่าเชื่อถือที่สุด

Google ใช้สัญญาณมากกว่า 200 ปัจจัยในการจัดอันดับ


② ทำไม Google ต้องอัปเดตอัลกอริทึม

เหตุผลหลัก:

  • ป้องกันสแปม

  • ปรับปรุงคุณภาพผลค้นหา

  • รองรับพฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป

  • รับมือกับ AI Content

Google อัปเดตระบบย่อยตลอดเวลา และมี Core Update ใหญ่ปีละหลายครั้ง


③ Core Update คืออะไร

Core Update คือการปรับระบบหลักของการประเมินคุณภาพ

ผลที่อาจเกิดขึ้น:

  • เว็บบางเว็บอันดับพุ่ง

  • เว็บบางเว็บอันดับตก

  • คีย์เวิร์ดสลับตำแหน่ง

สิ่งสำคัญคือ Google ไม่ได้ลงโทษเสมอไป แต่อาจปรับ “คุณภาพการประเมินใหม่”


④ Algorithm ดูอะไรเป็นหลักในปี 2026

ปัจจัยสำคัญ:

  • Search Intent

  • Content Depth

  • E-E-A-T

  • User Experience

  • Core Web Vitals

  • Topical Authority

ปี 2026 Google ใช้ AI เข้าใจบริบทมากขึ้น


⑤ ทำไมบางเว็บอันดับตกหลังอัปเดต

สาเหตุที่พบบ่อย:

  • เนื้อหาบางเกินไป

  • ไม่ตรง Intent

  • มี Backlink คุณภาพต่ำ

  • โครงสร้างเว็บไซต์อ่อน

  • ไม่มี Authority ในหัวข้อนั้น

การแก้ไขต้องวิเคราะห์ระบบ ไม่ใช่แก้แค่คีย์เวิร์ด


⑥ วิธีป้องกันอันดับตกจาก Core Update

แนวทางที่ปลอดภัย:

  1. เขียนคอนเทนต์ลึกและครบที่สุดในหัวข้อ

  2. สร้าง Topical Cluster

  3. เพิ่มประสบการณ์จริง

  4. ตรวจสอบ Technical SEO

  5. ทำ Backlink แบบคุณภาพ

ธุรกิจที่ต้องการวางระบบยั่งยืนสามารถเริ่มจาก บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างครบวงจร ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด


⑦ Google Penalty ต่างจาก Core Update อย่างไร

Core Update:

  • ปรับคุณภาพโดยรวม

  • ไม่มีแจ้งเตือน

Manual Penalty:

  • ได้รับแจ้งใน Search Console

  • มักเกี่ยวข้องกับสแปมหรือ Backlink ผิดธรรมชาติ

ต้องแยกให้ออกก่อนแก้ปัญหา


⑧ Spam Update และ Link Spam

Google มี Spam Update แยกต่างหาก

สาเหตุที่โดน:

  • ซื้อ Backlink จำนวนมาก

  • Anchor ซ้ำเกินไป

  • ลิงก์จากเว็บสแปม

การสร้างลิงก์อย่างมีบริบท เช่น บริการสร้าง Backlink ที่คัดกรองคุณภาพ จะลดความเสี่ยงระยะยาว


⑨ Algorithm กับ AI Content

Google ไม่ได้แบน AI Content
แต่แบน “เนื้อหาคุณภาพต่ำ”

ถ้าใช้ AI ต้อง:

  • ตรวจสอบข้อมูล

  • เพิ่มประสบการณ์จริง

  • ปรับให้มีความลึก

  • ไม่เขียนแบบซ้ำเว็บอื่น

คุณภาพสำคัญกว่าเครื่องมือ


⑩ แนวทาง SEO ที่ปลอดภัยที่สุดในปี 2026

  • สร้าง Authority ในหัวข้อเดียว

  • ทำคอนเทนต์คลัสเตอร์

  • พัฒนา UX

  • ไม่ใช้วิธีลัด

  • สร้างแบรนด์จริง

SEO ระยะยาว = ระบบ + ความน่าเชื่อถือ


สรุป Google Algorithm

Google Algorithm คือระบบประเมินคุณภาพเว็บไซต์ที่อัปเดตตลอดเวลา หากต้องการอันดับนิ่งในปี 2026 ต้องโฟกัสคุณภาพเนื้อหา Intent และ Authority มากกว่าการทำเทคนิคระยะสั้น

Popular posts from this blog

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Stuffing คืออะไร – ทำไมการยัดคีย์เวิร์ดทำให้เว็บพังมากกว่าดี

 สมัยก่อน SEO คือการ “ใส่คีย์เวิร์ดเยอะ ๆ” แต่วันนี้ ถ้าคุณยังทำแบบนั้น เว็บอาจโดนลดอันดับทันที นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Keyword Stuffing ① Keyword Stuffing คืออะไร Keyword Stuffing คือ การใส่คีย์เวิร์ดซ้ำมากเกินไปในหน้าเว็บ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพหรือความเป็นธรรมชาติของเนื้อหา ตัวอย่างผิด: รับทำ SEO ดีที่สุด รับทำ SEO ราคาถูก รับทำ SEO มืออาชีพ รับทำ SEO ติดหน้าแรก... ลักษณะนี้ Google มองว่า “พยายามปั่นอันดับ” ② ทำไม Google ลงโทษ Keyword Stuffing Google ใช้ AI และ NLP วิเคราะห์คุณภาพเนื้อหา ถ้าพบว่ามีการยัดคำเกินจำเป็น จะ: ลดอันดับ ลดความน่าเชื่อถือ บางกรณีอาจโดน Manual Action Google ต้องการเนื้อหาที่ตอบ Intent ไม่ใช่เนื้อหาที่ใส่คำซ้ำ ๆ ③ Keyword Density ควรเท่าไร ไม่มีตัวเลขตายตัว แนวทางที่ปลอดภัย: ใช้ Primary Keyword อย่างเป็นธรรมชาติ กระจาย Secondary Keyword ใช้ Semantic Keyword ขยายบริบท SEO ยุคใหม่เน้น “Context” ไม่ใช่ “ความถี่” ④ Keyword Stuffing เกิดขึ้นตรงไหนได้บ้าง ไม่ใช่แค่ในเนื้อหา จุดที่มักเกิด: Title ยัดคำซ้ำ Meta Description ใส่คำเกิน Footer ใส่คีย์เวิร์ดยาวเป็นพวง Ancho...