Skip to main content

วิธีเลือกคีย์เวิร์ดให้ติดอันดับ – เลือกให้ถูกก่อนลงแรงทำ SEO

 การทำ SEO ไม่ได้เริ่มจาก “เขียนบทความ”

แต่มันเริ่มจาก “เลือกคีย์เวิร์ดให้ถูก”

ถ้าเลือกผิด ต่อให้เขียนดีแค่ไหนก็ไม่ติด
บทความนี้จะสอนวิธีเลือกคีย์เวิร์ดแบบมืออาชีพที่ใช้ได้จริง


① เริ่มจาก Search Intent ก่อนเสมอ

ก่อนดู Volume หรือ Difficulty
ให้ถามก่อนว่า “คนค้นหาต้องการอะไร”

ตัวอย่าง:

  • “SEO คืออะไร” → Informational

  • “รับทำ SEO” → Transactional

ถ้า Intent เป็นเชิงจ้างงาน
ควรพาไปหน้าบริการ เช่น
รับทำ SEO

อย่าทำบทความยาวแบบให้ความรู้กับคำที่คนพร้อมซื้อ


② วิเคราะห์หน้าอันดับ 1–10 ก่อนเขียน

พิมพ์คีย์เวิร์ดใน Google แล้วดูว่า:

  • หน้าแรกเป็นบทความหรือหน้าขาย

  • เว็บที่ติดอันดับเป็นเว็บใหญ่หรือไม่

  • มี Backlink แข็งแรงแค่ไหน

ถ้า Top 10 เป็นเว็บระดับประเทศ
คุณอาจต้องเลือกคำใหม่

SEO ที่ดีต้อง “อ่าน SERP ให้ออก”


③ เลือก Keyword Difficulty ให้เหมาะกับเว็บ

แนวทางทั่วไป:

  • เว็บใหม่ → KD ต่ำกว่า 20

  • เว็บกลาง → KD 20–35

  • เว็บใหญ่ → 40+

อย่าดูแค่ Search Volume
ต้องดูโอกาสติดอันดับด้วย


④ ใช้ Long-tail เป็นฐานราก

สำหรับเว็บใหม่
ควรเลือก Long-tail เช่น:

  • วิธีทำ SEO สำหรับธุรกิจเล็ก

  • รับทำ Backlink สำหรับเว็บใหม่

คำแบบนี้แข่งขันน้อยกว่า
และ Conversion สูงกว่า

เมื่อสะสม Authority แล้ว
ค่อยขยับไปคำใหญ่


⑤ เลือกคำที่มี “โอกาสทำเงิน”

คีย์เวิร์ดมี 2 แบบหลัก:

  • ให้ Traffic

  • ให้รายได้

คำที่มี Intent เชิงธุรกิจ เช่น
“รับทำ Backlink”

ควรเชื่อมไปหน้าบริการโดยตรง เช่น
รับทำ Backlink

อย่าเขียนแต่คำให้ความรู้ทั้งหมด
ต้องมีคำเชิงรายได้ด้วย


⑥ หลีกเลี่ยง Keyword Cannibalization

อย่าใช้คีย์เวิร์ดหลักซ้ำหลายหน้า

หนึ่งคีย์เวิร์ดหลัก = หนึ่งหน้าเท่านั้น

ถ้าใช้ซ้ำ
อันดับจะแกว่ง และ Google สับสน

นี่คือเหตุผลที่ต้องทำ Keyword Mapping


⑦ สูตรเลือกคีย์เวิร์ดแบบมืออาชีพ

ใช้สูตร 5 ขั้นตอนนี้:

  1. เช็ก Intent

  2. วิเคราะห์ SERP

  3. ดู Keyword Difficulty

  4. เลือก Long-tail ถ้าเว็บใหม่

  5. วาง Internal Link ให้ชัด

ทำครบ 5 ข้อนี้
โอกาสติดอันดับจะเพิ่มขึ้นมาก


สรุป

การเลือกคีย์เวิร์ดที่ถูกต้อง
สำคัญกว่าการเขียนเยอะ ๆ

SEO ที่ดีไม่ใช่แข่งกับทุกคน
แต่คือเลือกสนามที่เรามีโอกาสชนะ

เลือกให้ถูกตั้งแต่ต้น
คุณจะประหยัดเวลาและงบประมาณมหาศาล

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Primary Keyword vs Secondary Keyword ต่างกันอย่างไร – วางโครงสร้างคีย์เวิร์ดให้ถูก ก่อนทำอันดับ

 หลายเว็บทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้น เพราะ “ไม่แยกบทบาทคีย์เวิร์ด” การรู้ว่าอะไรคือ Primary Keyword และอะไรคือ Secondary Keyword คือพื้นฐานของการจัดโครงสร้างหน้าแบบมืออาชีพ ① Primary Keyword คืออะไร Primary Keyword คือ คีย์เวิร์ดหลักของหน้านั้น เป็นคำที่คุณต้องการให้หน้านั้นติดอันดับมากที่สุด ตัวอย่าง: หน้า Service หลัก Primary Keyword = “รับทำ SEO” → รับทำ SEO บทความให้ความรู้ Primary Keyword = “Keyword คืออะไร” หนึ่งหน้า = หนึ่ง Primary เท่านั้น ② Secondary Keyword คืออะไร Secondary Keyword คือ คำรองที่เกี่ยวข้องกับ Primary ช่วยขยายบริบท และเพิ่มโอกาสติดหลายคำพร้อมกัน ตัวอย่างหน้า “Keyword คืออะไร” Secondary อาจเป็น: Keyword Research Search Intent Long-tail Keyword Keyword Difficulty คำรองช่วยให้บทความ “ครอบคลุม” มากขึ้น ③ ทำไมต้องแยก Primary กับ Secondary ถ้าไม่แยก จะเกิดปัญหา: คีย์เวิร์ดซ้ำหลายหน้า Google สับสน อันดับแกว่ง แต่ถ้าแยกชัดเจน: โครงสร้างเว็บชัด Internal Link มีทิศทาง คำหลักแข็งแรงจริง นี่คือหลักของ Keyword Mapping ④ วิธีเลือก Primary Keyword ให้ถูก เลือกจาก 4 ปัจจัย...

Off-Page SEO คืออะไร และทำอย่างไรให้ปลอดภัยไม่โดนลงโทษ

 Off-Page SEO คือปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ที่มีผลต่ออันดับใน Google โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือ (Authority) และความนิยม (Popularity) ของโดเมน หาก On-Page คือโครงสร้างภายในบ้าน Off-Page ก็คือ “ชื่อเสียงของบ้านหลังนั้นในสายตาคนอื่น” บทความนี้อธิบาย Off-Page SEO แบบครบ Intent พร้อมแนวทางปลอดภัยในปี 2026 ① Off-Page SEO คืออะไร Off-Page SEO คือการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ผ่านปัจจัยภายนอก เช่น Backlink Brand Mention Social Signal Citation Digital PR Google ใช้สิ่งเหล่านี้วัดว่า “เว็บนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน” ② Backlink คือหัวใจของ Off-Page จริงหรือไม่ คำตอบคือ “ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด” Backlink คือ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่นมายังเว็บไซต์เรา Google มองว่าเป็น “คะแนนโหวต” แต่ปี 2026 Google ไม่ดูแค่จำนวนลิงก์ Google ดู: คุณภาพเว็บต้นทาง ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา Anchor Text Context รอบลิงก์ Backlink 10 ลิงก์คุณภาพ ดีกว่า 1,000 ลิงก์สแปม ③ ประเภทของ Backlink ที่ควรรู้ 1. Natural Backlink เกิดจากคนลิงก์ให้เอง เพราะคอนเทนต์ดี 2. Outreach Backlink เกิดจากการต...