Skip to main content

Keyword Difficulty คืออะไร – วิธีวัดความยากก่อนเลือกคีย์เวิร์ดทำ SEO

 หลายคนทำ SEO แล้วไม่ติดอันดับ

ไม่ใช่เพราะเขียนไม่ดี
แต่เพราะ “เลือกคีย์เวิร์ดยากเกินไป”

สิ่งที่ต้องดูทุกครั้งก่อนเริ่มทำอันดับคือ Keyword Difficulty (KD)


① Keyword Difficulty คืออะไร

Keyword Difficulty (KD) คือ ค่าที่ใช้วัด “ระดับความยากในการติดหน้าแรก” ของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ

ค่ามักแสดงเป็นตัวเลข 0–100

  • 0–20 = ง่าย (เหมาะกับเว็บใหม่)

  • 21–40 = ปานกลาง

  • 41–60 = แข่งขันสูง

  • 60+ = ยากมาก

ยิ่งคะแนนสูง
ยิ่งต้องใช้ Authority และ Backlink จำนวนมาก


② Keyword Difficulty วัดจากอะไร

เครื่องมือ SEO เช่น Ahrefs, SEMrush หรือ Ubersuggest จะคำนวณจากปัจจัยหลัก ๆ เช่น:

  1. จำนวน Backlink ของหน้าอันดับ 1–10

  2. Domain Authority ของคู่แข่ง

  3. ความแข็งแรงของเว็บไซต์ที่ติดอันดับ

  4. ความเกี่ยวข้องของคอนเทนต์

สรุปง่าย ๆ
ถ้าหน้าแรกเต็มไปด้วยเว็บใหญ่ → KD สูงแน่นอน


③ ทำไมต้องดู KD ก่อนเลือกคีย์เวิร์ด

ถ้าเว็บคุณใหม่ แล้วเลือกคำอย่าง:

  • SEO

  • Backlink

  • Digital Marketing

คุณแทบไม่มีโอกาสติด

แต่ถ้าเลือก Long-tail เช่น:

  • วิธีทำ SEO สำหรับเว็บใหม่

  • รับทำ Backlink สำหรับธุรกิจเล็ก

โอกาสติดจะสูงขึ้นมาก

นี่คือเหตุผลที่บริการอย่าง
รับทำ SEO
ต้องวางกลยุทธ์คีย์เวิร์ดตามระดับความยากของเว็บ


④ วิธีดู Keyword Difficulty แบบมืออาชีพ

วิธีที่ 1: ใช้เครื่องมือ SEO

ดูค่า KD โดยตรงจากเครื่องมือ

วิธีที่ 2: วิเคราะห์ SERP ด้วยตนเอง

ค้นคำใน Google แล้วดู:

  • เว็บที่ติดอันดับเป็นเว็บใหญ่ไหม

  • มี Backlink เยอะหรือไม่

  • เป็นเว็บข่าว / เว็บองค์กรใหญ่หรือไม่

ถ้า Top 10 เต็มไปด้วยเว็บระดับประเทศ
คุณต้องคิดใหม่


⑤ เว็บใหม่ควรเลือก KD เท่าไร

แนวทางปลอดภัย:

  • เว็บใหม่ → KD ต่ำกว่า 20

  • เว็บมี Authority บ้าง → KD 20–35

  • เว็บใหญ่ → KD 40+

อย่าพยายาม “สู้คำใหญ่” ตั้งแต่ต้น
ให้เก็บแต้มจากคำเล็กก่อน


⑥ Keyword Difficulty กับ Backlink เกี่ยวข้องอย่างไร

คีย์เวิร์ดยาก = ต้องใช้ Backlink ช่วยผลักดัน

ถ้าจะเล่นคำแข่งขันสูง
ต้องมีโครงสร้าง Backlink แข็งแรง เช่น
รับทำ Backlink

แต่ถ้าเว็บยังใหม่
เน้น Long-tail + Intent ชัด จะคุ้มกว่า


⑦ ความผิดพลาดที่คนทำ SEO มักทำ

❌ เลือกคำจาก Search Volume อย่างเดียว
❌ ไม่ดู KD
❌ ไม่วิเคราะห์คู่แข่ง
❌ อยากติดคำใหญ่เร็วเกินไป

SEO ที่ดีต้อง “วัดกำลังก่อนสู้”


สรุป

Keyword Difficulty คือ “ตัวกรอง” ก่อนเริ่มทำ SEO

อย่าถามว่า “คำนี้ค้นหาเยอะไหม”
แต่ให้ถามว่า “เว็บเรามีโอกาสติดไหม”

ถ้าเลือกคำถูกระดับ
คุณจะโตเร็วกว่าเว็บที่ไล่คำใหญ่แบบไร้กลยุทธ์

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Primary Keyword vs Secondary Keyword ต่างกันอย่างไร – วางโครงสร้างคีย์เวิร์ดให้ถูก ก่อนทำอันดับ

 หลายเว็บทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้น เพราะ “ไม่แยกบทบาทคีย์เวิร์ด” การรู้ว่าอะไรคือ Primary Keyword และอะไรคือ Secondary Keyword คือพื้นฐานของการจัดโครงสร้างหน้าแบบมืออาชีพ ① Primary Keyword คืออะไร Primary Keyword คือ คีย์เวิร์ดหลักของหน้านั้น เป็นคำที่คุณต้องการให้หน้านั้นติดอันดับมากที่สุด ตัวอย่าง: หน้า Service หลัก Primary Keyword = “รับทำ SEO” → รับทำ SEO บทความให้ความรู้ Primary Keyword = “Keyword คืออะไร” หนึ่งหน้า = หนึ่ง Primary เท่านั้น ② Secondary Keyword คืออะไร Secondary Keyword คือ คำรองที่เกี่ยวข้องกับ Primary ช่วยขยายบริบท และเพิ่มโอกาสติดหลายคำพร้อมกัน ตัวอย่างหน้า “Keyword คืออะไร” Secondary อาจเป็น: Keyword Research Search Intent Long-tail Keyword Keyword Difficulty คำรองช่วยให้บทความ “ครอบคลุม” มากขึ้น ③ ทำไมต้องแยก Primary กับ Secondary ถ้าไม่แยก จะเกิดปัญหา: คีย์เวิร์ดซ้ำหลายหน้า Google สับสน อันดับแกว่ง แต่ถ้าแยกชัดเจน: โครงสร้างเว็บชัด Internal Link มีทิศทาง คำหลักแข็งแรงจริง นี่คือหลักของ Keyword Mapping ④ วิธีเลือก Primary Keyword ให้ถูก เลือกจาก 4 ปัจจัย...

Off-Page SEO คืออะไร และทำอย่างไรให้ปลอดภัยไม่โดนลงโทษ

 Off-Page SEO คือปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ที่มีผลต่ออันดับใน Google โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือ (Authority) และความนิยม (Popularity) ของโดเมน หาก On-Page คือโครงสร้างภายในบ้าน Off-Page ก็คือ “ชื่อเสียงของบ้านหลังนั้นในสายตาคนอื่น” บทความนี้อธิบาย Off-Page SEO แบบครบ Intent พร้อมแนวทางปลอดภัยในปี 2026 ① Off-Page SEO คืออะไร Off-Page SEO คือการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ผ่านปัจจัยภายนอก เช่น Backlink Brand Mention Social Signal Citation Digital PR Google ใช้สิ่งเหล่านี้วัดว่า “เว็บนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน” ② Backlink คือหัวใจของ Off-Page จริงหรือไม่ คำตอบคือ “ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด” Backlink คือ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่นมายังเว็บไซต์เรา Google มองว่าเป็น “คะแนนโหวต” แต่ปี 2026 Google ไม่ดูแค่จำนวนลิงก์ Google ดู: คุณภาพเว็บต้นทาง ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา Anchor Text Context รอบลิงก์ Backlink 10 ลิงก์คุณภาพ ดีกว่า 1,000 ลิงก์สแปม ③ ประเภทของ Backlink ที่ควรรู้ 1. Natural Backlink เกิดจากคนลิงก์ให้เอง เพราะคอนเทนต์ดี 2. Outreach Backlink เกิดจากการต...