Skip to main content

วิธีทำ Keyword Mapping – วางแผนคีย์เวิร์ดไม่ให้ชนกัน และดันอันดับให้ชัดเจน

 ถ้าคุณไม่ทำ Keyword Mapping

SEO จะกลายเป็นการเขียนแบบสุ่ม

Keyword Mapping คือ “แผนผังคีย์เวิร์ดทั้งเว็บ”
ที่กำหนดว่า คำไหนใช้กับหน้าไหน อย่างชัดเจน


① Keyword Mapping คืออะไร

Keyword Mapping คือ การกำหนดว่า

1 คีย์เวิร์ดหลัก = 1 หน้าเท่านั้น

ตัวอย่างโครงสร้างที่ถูกต้อง:

Blog จะไม่แย่งคำกับ Service Page

นี่คือหลักพื้นฐานที่หลายเว็บมองข้าม


② ทำไมต้องทำ Keyword Mapping

ถ้าไม่ทำ จะเกิด:

  • Keyword Cannibalization

  • อันดับแกว่ง

  • Google สับสน

  • พลัง Backlink ไม่รวมศูนย์

Mapping ช่วยให้:

  • โครงสร้างเว็บชัด

  • Internal Link มีทิศทาง

  • คำหลักแข็งแรงจริง


③ ขั้นตอนทำ Keyword Mapping แบบมืออาชีพ

ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมคีย์เวิร์ดทั้งหมด

แยกเป็น:

  • คำหลัก (Primary Keyword)

  • คำรอง (Secondary Keyword)

  • Long-tail


ขั้นตอนที่ 2: แยกตาม Search Intent

  • Informational → Blog

  • Commercial → เปรียบเทียบ

  • Transactional → หน้า Service

  • Navigational → หน้า Brand

Intent ต้องมาก่อนเสมอ


ขั้นตอนที่ 3: จัดลงตาราง

ตัวอย่าง:

KeywordIntentหน้า
รับทำ SEOTransactionalService Page
SEO คืออะไรInformationalBlog
วิธีทำ SEOInformationalBlog

หนึ่งคำหลักไม่ควรมีหลายหน้า


ขั้นตอนที่ 4: วาง Internal Link

บทความ Informational
ควรลิงก์ไปหน้า Transactional อย่างเป็นธรรมชาติ

นี่คือโครงสร้าง Pillar + Cluster ที่ Google ชอบ


④ วิธีตรวจสอบว่า Mapping ดีหรือยัง

เช็ค 4 ข้อนี้:

  1. ไม่มีคีย์เวิร์ดหลักซ้ำ

  2. แต่ละหน้ามี Intent ชัด

  3. มี Internal Link สนับสนุนกัน

  4. หน้า Service ไม่ถูก Blog แย่งคำ

ถ้าผ่านทั้ง 4 ข้อ
Mapping คุณแข็งแรงแล้ว


⑤ ความผิดพลาดที่พบบ่อย

❌ ทำบทความก่อนวาง Mapping
❌ ใช้คีย์เวิร์ดเดียวกันหลายหน้า
❌ ไม่แยก Intent

SEO ไม่ใช่การเขียนเยอะ
แต่คือการวางโครงสร้างให้ถูก


สรุป

Keyword Mapping คือ “แผนผัง SEO ทั้งเว็บ”

ถ้าไม่มี Mapping
อันดับจะขึ้นแบบฟลุค และร่วงง่าย

ถ้ามี Mapping
คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้จริง

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Primary Keyword vs Secondary Keyword ต่างกันอย่างไร – วางโครงสร้างคีย์เวิร์ดให้ถูก ก่อนทำอันดับ

 หลายเว็บทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้น เพราะ “ไม่แยกบทบาทคีย์เวิร์ด” การรู้ว่าอะไรคือ Primary Keyword และอะไรคือ Secondary Keyword คือพื้นฐานของการจัดโครงสร้างหน้าแบบมืออาชีพ ① Primary Keyword คืออะไร Primary Keyword คือ คีย์เวิร์ดหลักของหน้านั้น เป็นคำที่คุณต้องการให้หน้านั้นติดอันดับมากที่สุด ตัวอย่าง: หน้า Service หลัก Primary Keyword = “รับทำ SEO” → รับทำ SEO บทความให้ความรู้ Primary Keyword = “Keyword คืออะไร” หนึ่งหน้า = หนึ่ง Primary เท่านั้น ② Secondary Keyword คืออะไร Secondary Keyword คือ คำรองที่เกี่ยวข้องกับ Primary ช่วยขยายบริบท และเพิ่มโอกาสติดหลายคำพร้อมกัน ตัวอย่างหน้า “Keyword คืออะไร” Secondary อาจเป็น: Keyword Research Search Intent Long-tail Keyword Keyword Difficulty คำรองช่วยให้บทความ “ครอบคลุม” มากขึ้น ③ ทำไมต้องแยก Primary กับ Secondary ถ้าไม่แยก จะเกิดปัญหา: คีย์เวิร์ดซ้ำหลายหน้า Google สับสน อันดับแกว่ง แต่ถ้าแยกชัดเจน: โครงสร้างเว็บชัด Internal Link มีทิศทาง คำหลักแข็งแรงจริง นี่คือหลักของ Keyword Mapping ④ วิธีเลือก Primary Keyword ให้ถูก เลือกจาก 4 ปัจจัย...

Off-Page SEO คืออะไร และทำอย่างไรให้ปลอดภัยไม่โดนลงโทษ

 Off-Page SEO คือปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ที่มีผลต่ออันดับใน Google โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือ (Authority) และความนิยม (Popularity) ของโดเมน หาก On-Page คือโครงสร้างภายในบ้าน Off-Page ก็คือ “ชื่อเสียงของบ้านหลังนั้นในสายตาคนอื่น” บทความนี้อธิบาย Off-Page SEO แบบครบ Intent พร้อมแนวทางปลอดภัยในปี 2026 ① Off-Page SEO คืออะไร Off-Page SEO คือการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ผ่านปัจจัยภายนอก เช่น Backlink Brand Mention Social Signal Citation Digital PR Google ใช้สิ่งเหล่านี้วัดว่า “เว็บนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน” ② Backlink คือหัวใจของ Off-Page จริงหรือไม่ คำตอบคือ “ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด” Backlink คือ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่นมายังเว็บไซต์เรา Google มองว่าเป็น “คะแนนโหวต” แต่ปี 2026 Google ไม่ดูแค่จำนวนลิงก์ Google ดู: คุณภาพเว็บต้นทาง ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา Anchor Text Context รอบลิงก์ Backlink 10 ลิงก์คุณภาพ ดีกว่า 1,000 ลิงก์สแปม ③ ประเภทของ Backlink ที่ควรรู้ 1. Natural Backlink เกิดจากคนลิงก์ให้เอง เพราะคอนเทนต์ดี 2. Outreach Backlink เกิดจากการต...