หลายคนเลือกคีย์เวิร์ดจาก “ตัวเลข Volume สูง ๆ”
แต่ความจริงคือ ถ้าอ่านตัวเลขผิด คุณจะเสียเวลาทำ SEO ไปฟรี ๆ
บทความนี้จะอธิบายว่า Search Volume คืออะไร และดูอย่างไรให้ใช้ได้จริง
① Search Volume คืออะไร
Search Volume คือ จำนวนครั้งเฉลี่ยที่มีการค้นหาคีย์เวิร์ดนั้นใน 1 เดือน
ตัวอย่าง:
“SEO” → 10,000+ ครั้ง/เดือน
“วิธีทำ SEO สำหรับร้านค้าออนไลน์” → 300 ครั้ง/เดือน
Volume สูง = คนค้นหาเยอะ
แต่ไม่ได้แปลว่าคุณควรทำเสมอไป
② Search Volume สำคัญต่อ SEO อย่างไร
Search Volume ช่วยให้คุณรู้ว่า:
คีย์เวิร์ดนี้มีตลาดหรือไม่
คนสนใจมากแค่ไหน
ควรจัดลำดับความสำคัญอย่างไร
แต่ต้องดูร่วมกับ:
Keyword Difficulty
Search Intent
การแข่งขันใน SERP
SEO ที่ดีไม่ดูแค่ตัวเลขเดียว
③ วิธีดู Search Volume ให้ถูกต้อง
1️⃣ ใช้เครื่องมือ Keyword Research
เช่น:
Google Keyword Planner
Ahrefs
SEMrush
Ubersuggest
แต่จำไว้ว่า ตัวเลขคือ “ค่าเฉลี่ยโดยประมาณ”
2️⃣ ดูแนวโน้มด้วย Google Trends
บางคำมี Volume สูงเฉพาะบางช่วงเวลา
อย่าตัดสินจากเดือนเดียว
3️⃣ วิเคราะห์ SERP จริง
ถ้าคำมี Volume สูง
แต่หน้าแรกเต็มไปด้วยเว็บใหญ่
โอกาสติดอาจต่ำมาก
④ Volume สูง ไม่ได้แปลว่าทำเงินได้
ตัวอย่าง:
คำว่า “SEO คืออะไร”
Volume สูง → Informational
คำว่า “รับทำ SEO”
Volume อาจน้อยกว่า → แต่ Transactional
คำหลังมีโอกาสสร้างรายได้มากกว่า
เพราะตรงกับบริการ เช่น
รับทำ SEO
นี่คือความต่างระหว่าง Traffic กับ Conversion
⑤ ควรเลือก Volume เท่าไรดี
แนวทางสำหรับเว็บใหม่:
เริ่มจาก 50–500 searches/เดือน
เน้น Long-tail
เก็บหลายคำรวมกัน
อย่าไล่คำ 10,000+ ทันที
⑥ ความผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ เลือกคำจาก Volume อย่างเดียว
❌ ไม่ดู Intent
❌ ไม่ดูการแข่งขัน
❌ คิดว่า Volume ต่ำไม่มีค่า
บางคำ Volume ต่ำ
แต่ถ้า Conversion สูง ก็มีค่ามากกว่า
⑦ สูตรเลือกคีย์เวิร์ดแบบสมดุล
ให้ดู 4 อย่างพร้อมกัน:
Volume
Difficulty
Intent
โอกาสทำเงิน
ถ้าผ่านครบ 4 ข้อ
คำนั้นควรทำ
สรุป
Search Volume คือ “ตัวชี้ตลาด”
แต่ไม่ใช่ตัวตัดสินทั้งหมด
SEO ที่ชนะ
คือ SEO ที่อ่านตัวเลขเป็น และเข้าใจบริบท
เลือกคำที่ “เหมาะกับระดับเว็บ”
ดีกว่าไล่คำใหญ่แบบไร้แผน