Skip to main content

Zero Search Volume Keyword ควรทำหรือไม่ – คีย์เวิร์ดไม่มีคนค้นหา แต่ทำเงินได้จริงไหม?

 หลายคนเปิดเครื่องมือ SEO แล้วเห็นคำว่า

Search Volume = 0

แล้วตัดทิ้งทันที

แต่ความจริงคือ…
คีย์เวิร์ดบางคำที่ Volume 0 อาจมีมูลค่าสูงกว่าคำที่ค้นหา 1,000 ครั้งก็ได้

บทความนี้จะอธิบายแบบตรงไปตรงมา ว่าควรทำหรือไม่ และทำอย่างไรให้คุ้ม


① Zero Search Volume Keyword คืออะไร

คือคีย์เวิร์ดที่เครื่องมือ SEO แสดงว่า
มีการค้นหา “น้อยมาก” หรือ “ไม่มีข้อมูล”

ตัวอย่าง:

  • รับทำ SEO สำหรับคลินิกสัตว์เล็ก

  • ทำ Backlink สำหรับเว็บทนายความ

  • SEO สำหรับร้านขายทอง

เครื่องมืออาจขึ้น 0
แต่ในความเป็นจริง คนค้นหาอาจมี

เพียงแต่จำนวนน้อยเกินกว่าจะเก็บสถิติได้ชัดเจน


② ทำไม Volume ถึงเป็น 0 แต่ยังมีคนค้นหา

เหตุผลหลักมี 3 ข้อ:

  1. เป็น Long-tail ที่เฉพาะเจาะจงมาก

  2. เป็นคำใหม่ที่ยังไม่มีข้อมูลสะสม

  3. เครื่องมือประเมินจากข้อมูลเฉลี่ย ไม่ใช่ข้อมูลจริง 100%

ดังนั้น Volume 0 ≠ ไม่มีคนค้นหา


③ ควรทำ Zero Volume เมื่อไร

ควรทำเมื่อ:

  • Intent ชัดเจนมาก (เชิงธุรกิจ)

  • เป็นตลาดเฉพาะ (Niche)

  • คู่แข่งยังไม่มีใครทำ

  • เกี่ยวข้องกับบริการหลักของคุณ

ตัวอย่าง:

คำว่า
“รับทำ SEO สำหรับธุรกิจขนาดเล็กในจังหวัด”

อาจ Volume ต่ำ
แต่คนค้นหามักพร้อมจ้าง

และสามารถเชื่อมไปหน้า
รับทำ SEO
ได้อย่างตรงเป้า


④ ข้อดีของ Zero Volume Keyword

  1. คู่แข่งแทบไม่มี

  2. ติดอันดับง่าย

  3. Conversion สูง

  4. สะสม Authority เร็ว

เมื่อทำหลายคำรวมกัน
Traffic จะเพิ่มแบบทวีคูณ


⑤ ความเสี่ยงของการทำคำ Volume 0

ไม่ควรทำถ้า:

  • Intent ไม่ชัด

  • ไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ

  • ทำเยอะเกินไปโดยไม่มีโครงสร้าง

Zero Volume ต้องอยู่ในระบบ Cluster
ไม่ใช่เขียนสุ่ม


⑥ กลยุทธ์ใช้ Zero Volume แบบมืออาชีพ

  1. ใช้เป็น Cluster Content

  2. ลิงก์เข้าหา Pillar Page

  3. ทำหลายคำใกล้เคียงกัน

  4. ตรวจสอบอันดับหลังเผยแพร่

คำเล็กหลายคำรวมกัน
อาจดันคำใหญ่ได้ในระยะยาว


⑦ Zero Volume กับการทำเงิน

คำ Volume สูง
ให้ Traffic

คำ Volume ต่ำแต่ Intent ชัด
ให้รายได้

ตัวอย่าง:

  • “Backlink คืออะไร” → ความรู้

  • “รับทำ Backlink สำหรับเว็บใหม่” → พร้อมจ้าง

คำหลังสามารถพาไปหน้า
รับทำ Backlink

นี่คือการใช้ Intent ให้ถูก


สรุป

Zero Search Volume Keyword
ไม่ใช่คำที่ไม่มีค่า

ถ้า Intent ถูก และโครงสร้างดี
คำเล็กสามารถสร้างผลลัพธ์ใหญ่ได้

SEO ที่ฉลาด
ไม่ดูแค่ตัวเลข
แต่ดู “โอกาส”

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Primary Keyword vs Secondary Keyword ต่างกันอย่างไร – วางโครงสร้างคีย์เวิร์ดให้ถูก ก่อนทำอันดับ

 หลายเว็บทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้น เพราะ “ไม่แยกบทบาทคีย์เวิร์ด” การรู้ว่าอะไรคือ Primary Keyword และอะไรคือ Secondary Keyword คือพื้นฐานของการจัดโครงสร้างหน้าแบบมืออาชีพ ① Primary Keyword คืออะไร Primary Keyword คือ คีย์เวิร์ดหลักของหน้านั้น เป็นคำที่คุณต้องการให้หน้านั้นติดอันดับมากที่สุด ตัวอย่าง: หน้า Service หลัก Primary Keyword = “รับทำ SEO” → รับทำ SEO บทความให้ความรู้ Primary Keyword = “Keyword คืออะไร” หนึ่งหน้า = หนึ่ง Primary เท่านั้น ② Secondary Keyword คืออะไร Secondary Keyword คือ คำรองที่เกี่ยวข้องกับ Primary ช่วยขยายบริบท และเพิ่มโอกาสติดหลายคำพร้อมกัน ตัวอย่างหน้า “Keyword คืออะไร” Secondary อาจเป็น: Keyword Research Search Intent Long-tail Keyword Keyword Difficulty คำรองช่วยให้บทความ “ครอบคลุม” มากขึ้น ③ ทำไมต้องแยก Primary กับ Secondary ถ้าไม่แยก จะเกิดปัญหา: คีย์เวิร์ดซ้ำหลายหน้า Google สับสน อันดับแกว่ง แต่ถ้าแยกชัดเจน: โครงสร้างเว็บชัด Internal Link มีทิศทาง คำหลักแข็งแรงจริง นี่คือหลักของ Keyword Mapping ④ วิธีเลือก Primary Keyword ให้ถูก เลือกจาก 4 ปัจจัย...

Off-Page SEO คืออะไร และทำอย่างไรให้ปลอดภัยไม่โดนลงโทษ

 Off-Page SEO คือปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ที่มีผลต่ออันดับใน Google โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือ (Authority) และความนิยม (Popularity) ของโดเมน หาก On-Page คือโครงสร้างภายในบ้าน Off-Page ก็คือ “ชื่อเสียงของบ้านหลังนั้นในสายตาคนอื่น” บทความนี้อธิบาย Off-Page SEO แบบครบ Intent พร้อมแนวทางปลอดภัยในปี 2026 ① Off-Page SEO คืออะไร Off-Page SEO คือการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ผ่านปัจจัยภายนอก เช่น Backlink Brand Mention Social Signal Citation Digital PR Google ใช้สิ่งเหล่านี้วัดว่า “เว็บนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน” ② Backlink คือหัวใจของ Off-Page จริงหรือไม่ คำตอบคือ “ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด” Backlink คือ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่นมายังเว็บไซต์เรา Google มองว่าเป็น “คะแนนโหวต” แต่ปี 2026 Google ไม่ดูแค่จำนวนลิงก์ Google ดู: คุณภาพเว็บต้นทาง ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา Anchor Text Context รอบลิงก์ Backlink 10 ลิงก์คุณภาพ ดีกว่า 1,000 ลิงก์สแปม ③ ประเภทของ Backlink ที่ควรรู้ 1. Natural Backlink เกิดจากคนลิงก์ให้เอง เพราะคอนเทนต์ดี 2. Outreach Backlink เกิดจากการต...