หลายคนเห็น KD = 20 แล้วคิดว่า “ง่าย”
แต่พอทำจริงกลับไม่ติดอันดับ
เพราะ Keyword Difficulty (KD) ไม่ได้มีแค่ตัวเลข
บทความนี้จะสอนคุณวิเคราะห์ KD แบบลึก
เพื่อเลือกคีย์เวิร์ดอย่างแม่นยำ
ครบทั้ง SEO + AEO
① Keyword Difficulty (KD) ใน Ahrefs คืออะไร?
KD คือค่าความยากในการติดอันดับหน้าแรก
Ahrefs คำนวณจากจำนวน Backlink
ของหน้าอันดับ Top 10
ยิ่ง KD สูง → ต้องใช้ Backlink มากขึ้น
แต่ KD เป็น “ค่าเฉลี่ย”
ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด
② ทำไมไม่ควรดู KD อย่างเดียว?
เพราะ KD ไม่ได้บอก:
Intent
ประเภทหน้าใน SERP
Authority ของโดเมน
Content Depth
บางคำ KD ต่ำ
แต่หน้า Top 3 เป็นเว็บใหญ่ทั้งหมด
การแข่งขันจริงอาจสูงกว่าที่คิด
③ วิเคราะห์ SERP ควบคู่กับ KD
หลังดู KD ให้ดู:
DR ของโดเมน Top 10
Referring Domains ของแต่ละหน้า
ประเภทหน้า (Blog / Service)
ถ้าหน้าอันดับ 1 มี RD 5
แต่เว็บเป็น DR 90
การแข่งขันยังสูง
④ วิเคราะห์ Intent ก่อนตัดสินใจ
ตัวอย่างคำเช่น “รับทำ SEO”
แม้ KD อาจไม่สูงมาก
แต่ Intent เป็น Transactional
หน้า Top 10 ส่วนใหญ่เป็นหน้า Service
ถ้าคุณทำแค่บทความ Blog
โอกาสติดอันดับต่ำ
ดูแนวทางหน้า Service ได้ที่ 👉 บริการรับทำ SEO
⑤ ดู Traffic Potential ควบคู่ KD
บางคำ KD ต่ำ
แต่ Traffic Potential ต่ำมาก
ไม่คุ้มทำ
ให้เลือกคำที่:
KD พอไหว
TP สูง
Intent ตรงธุรกิจ
⑥ วิเคราะห์ Backlink จริงของ Top 3
คลิกเข้า SERP Overview
ดู RD ของ Top 3
ถ้า:
KD = 15
แต่ Top 3 มี RD 40–60
คุณต้องเตรียมแผนสร้าง Backlink
ตัวอย่างคำเช่น “รับทำ Backlink”
แม้ KD ไม่สูงสุด
แต่การแข่งขันจริงสูงมาก
ดูแนวทางได้ที่ 👉 บริการรับทำ Backlink
⑦ วิเคราะห์ Content Depth
ดูว่า:
หน้า Top 3 ยาวกี่คำ
ครอบคลุมกี่หัวข้อ
มี FAQ หรือไม่
บางคำ KD ต่ำ
แต่ Content Depth สูงมาก
การแข่งขันจริงยังหนัก
⑧ เลือกคีย์เวิร์ดแบบมืออาชีพ
สูตรง่าย ๆ:
KD + SERP + RD + Intent + TP
ต้องวิเคราะห์รวมกัน
อย่าเลือกคำจาก KD อย่างเดียว
⑨ ความผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ เลือกคำ KD ต่ำโดยไม่ดู SERP
❌ ไม่วิเคราะห์ Backlink จริง
❌ ไม่ดู Intent
SEO ไม่ใช่การอ่านตัวเลข
แต่คือการอ่านบริบท
⑩ สรุป
Keyword Difficulty เป็นแค่ “ตัวช่วยตัดสินใจ”
ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ก่อนเลือกคีย์เวิร์ด
ให้ดู:
SERP
Backlink
Intent
Traffic Potential
นี่คือการใช้ Ahrefs แบบมืออาชีพ