หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที
แต่นั่นคือความผิดพลาด
Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย”
ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย
บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ
① Keyword Difficulty คืออะไร
Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า
“การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน”
โดยทั่วไปวัดจาก:
จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ
Authority ของโดเมน
คุณภาพเนื้อหา
แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน”
② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว
เครื่องมืออาจบอกว่า:
KD = 15 (ง่าย)
แต่พอเปิดหน้าแรก
เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด
แปลว่า “ยากกว่าที่คิด”
ต้องดู SERP จริงเสมอ
③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า)
ขั้นตอน:
เปิดหน้าแรก Google
วิเคราะห์ Top 5
ดูว่า:
เว็บใหญ่หรือไม่
มี Backlink เยอะไหม
เนื้อหาลึกแค่ไหน
ตอบ Intent ครบหรือไม่
ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก
นี่คือโอกาส
④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ
ดูว่า:
หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร
หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่
ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink
คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality
⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent
บางคำ KD ต่ำ
แต่ Intent ไม่ตรงธุรกิจ → ไม่คุ้ม
บางคำ KD สูง
แต่ Conversion สูงมาก → อาจคุ้มลงทุน
เช่น:
“รับทำ seo ราคา”
อาจ KD สูง
แต่มี Commercial Intent สูงมาก
ถ้าคุณทำบริการ
รับทำ SEO
นี่คือคำที่มีมูลค่าจริง
⑥ สูตรเลือก KD สำหรับเว็บใหม่
เว็บใหม่ควรเลือก:
KD ต่ำกว่า 20 (แนวทางทั่วไป)
Volume พอประมาณ
Intent ชัด
SERP ไม่แข็งแรงเกินไป
⑦ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ เลือกคำ KD ต่ำแต่ Volume 0
❌ กลัว KD สูงเกินไปจนไม่กล้าแข่ง
❌ ไม่ดู Intent ก่อนตัดสินใจ
⑧ FAQ (SEO + AEO)
Q: KD เท่าไหร่เรียกว่ายาก?
ขึ้นอยู่กับ Authority เว็บคุณ
Q: เว็บใหม่ควรหลีกเลี่ยง KD สูงไหม?
ควรหลีกเลี่ยงในช่วงแรก
Q: KD ต่ำรับประกันติดไหม?
ไม่ 100% ต้องดูคุณภาพหน้า
⑨ สรุป
Keyword Difficulty คือ “สัญญาณ”
ไม่ใช่คำสั่ง
ดู SERP จริง
ดู Backlink จริง
ดู Intent จริง
แล้วค่อยตัดสินใจ