หลายคนทำ SEO โดยดูแค่ Keyword Difficulty
แต่คนที่ติดอันดับจริง
จะวิเคราะห์ SERP (Search Engine Results Page) ก่อนเขียนทุกครั้ง
บทความนี้จะสอนวิธีใช้ Ahrefs วิเคราะห์ SERP
เพื่อวางโครงสร้างบทความให้ติดอันดับง่ายขึ้น
ครบทั้ง SEO + AEO
① SERP Analysis คืออะไร?
SERP Analysis คือการวิเคราะห์หน้าเว็บที่ติดอันดับ Top 10
เพื่อดูว่า Google “ต้องการคอนเทนต์แบบไหน” สำหรับคีย์เวิร์ดนั้น
อย่าคิดเอง
ดูจากหน้าอันดับจริงเท่านั้น
② ใช้ Ahrefs ดู SERP ยังไง?
ขั้นตอน:
เข้า Ahrefs → Keywords Explorer
ใส่คีย์เวิร์ด เช่น “รับทำ SEO”
เลื่อนลงไปดูส่วน SERP Overview
คุณจะเห็น:
URL ที่ติดอันดับ
จำนวน Backlink
Domain Rating (DR)
Traffic
จำนวนคีย์เวิร์ดที่ติด
③ วิเคราะห์ประเภทหน้า (Content Type)
ดูว่า Top 10 เป็นอะไร:
บทความ Blog?
หน้า Service?
หน้า Landing Page?
หน้ารีวิว?
ถ้าส่วนใหญ่เป็นหน้า Service
คุณต้องทำหน้า Service ไม่ใช่บทความทั่วไป
ตัวอย่างคำเช่น “รับทำ SEO”
มักเป็นหน้าเชิงบริการ
ดูตัวอย่างแนวทางได้ที่ 👉 บริการรับทำ SEO
④ วิเคราะห์ความยาวบทความ
คลิกเข้าไปดู 3–5 อันดับแรก
วิเคราะห์:
ความยาวกี่คำ
มีหัวข้อย่อยกี่หัวข้อ
มี FAQ หรือไม่
มี Schema หรือไม่
ถ้าหน้า Top 3 ยาว 2,000 คำ
คุณเขียน 600 คำ โอกาสติดอันดับต่ำ
⑤ วิเคราะห์ Keyword ที่หน้าอันดับ 1 ติด
ใน SERP Overview
คลิกที่หน้าอันดับ 1
ดู:
Organic Keywords
Traffic Potential
นี่ช่วยให้คุณรู้ว่าหน้านั้นครอบคลุมคำอะไรบ้าง
แล้วเขียนให้ “ครอบคลุมกว่า”
⑥ วิเคราะห์ Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ
ดูจำนวน Referring Domains
ถ้าหน้าอันดับ 1 มี Backlink จำนวนมาก
คุณอาจต้องวางแผนสร้าง Backlink ด้วย
โดยเฉพาะคำเช่น “รับทำ Backlink”
การแข่งขันสูงมาก
ดูแนวทางได้ที่ 👉 บริการรับทำ Backlink
⑦ วิเคราะห์ SERP Feature เพื่อทำ AEO
ดูว่า SERP มี:
Featured Snippet
People Also Ask
Video Result
ถ้ามี Featured Snippet
คุณควร:
เขียนคำตอบสั้นชัดเจน
ใช้หัวข้อแบบ Q&A
ทำโครงสร้างที่ตอบตรงคำถาม
⑧ วางโครงสร้างบทความจากข้อมูล SERP
หลังวิเคราะห์แล้ว ให้:
สรุปหัวข้อที่ทุกเว็บพูดถึง
เพิ่มหัวข้อที่ยังไม่มีใครครอบคลุม
เขียนให้ครบกว่า ลึกกว่า
อย่าลอก
แต่ให้ “เหนือกว่า”
⑨ ความผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ ไม่ดู SERP ก่อนเขียน
❌ เขียนตามความคิดตัวเอง
❌ ไม่วิเคราะห์ Backlink
ผลลัพธ์คือ เขียนบทความดีแต่ไม่ติดอันดับ
⑩ สรุป
Ahrefs ไม่ได้มีไว้ดูแค่ Difficulty
มันคือเครื่องมือวิเคราะห์ SERP เพื่อสร้างโครงสร้างบทความที่ Google ต้องการ
ก่อนเขียนทุกบทความ
ดู SERP เสมอ