เว็บขายของไม่ควรทำ Keyword แบบเว็บบทความทั่วไป
เพราะเป้าหมายไม่ใช่ทราฟฟิก
แต่คือ “ยอดขาย”
Keyword Research สำหรับ E-commerce
ต้องเน้น Intent ที่ใกล้การตัดสินใจซื้อที่สุด
① เข้าใจโครงสร้าง Keyword ของ E-commerce
Keyword สำหรับเว็บขายของแบ่งได้ 3 กลุ่มหลัก:
-
Informational – หาข้อมูลก่อนซื้อ
-
Commercial – เปรียบเทียบ
-
Transactional – พร้อมจ่าย
ตัวอย่าง:
-
รองเท้าวิ่งคืออะไร → Informational
-
รองเท้าวิ่ง ยี่ห้อไหนดี → Commercial
-
รองเท้าวิ่ง nike ราคา → Transactional
② เน้น Transactional Keyword เป็นหลัก
คำที่บ่งบอกการซื้อ เช่น:
-
ราคา
-
ซื้อ
-
โปรโมชัน
-
ส่งฟรี
-
ผ่อน
-
ของแท้
คำเหล่านี้คือ “คำเงิน”
③ วิธีหา Keyword สินค้าแบบมืออาชีพ
1. ใช้ Google Suggest
พิมพ์ชื่อสินค้า
ดูคำต่อท้าย เช่น:
-
ราคา
-
รีวิว
-
รุ่นไหนดี
-
ของแท้
2. ใช้ Related Searches
เลื่อนลงล่างสุด
ดูว่าคนค้นต่อว่าอะไร
3. ดู Marketplace
ดูคำที่ติดอันดับใน:
-
Shopee
-
Lazada
-
Amazon
นี่คือ Keyword ที่มี Conversion จริง
④ โครงสร้างหน้า E-commerce ต้องต่างจาก Blog
หน้า Product ควรมี:
-
ชื่อสินค้า + Keyword หลัก
-
รายละเอียดครบ
-
คำถามที่พบบ่อย
-
รีวิว
-
คำที่เกี่ยวข้อง
Google ให้ความสำคัญกับ Structured Content
⑤ ใช้ Category Page ยิง Keyword ใหญ่
เช่น:
-
รองเท้าวิ่ง
-
โทรศัพท์มือถือ
-
กล้องวงจรปิด
หมวดหมู่ควรเป็นหน้าแข็งแรง
ไม่ใช่แค่หน้ารวมสินค้า
⑥ อย่าลืม Long-tail Keyword
คำแบบ:
-
รองเท้าวิ่ง nike air zoom ราคา
-
กล้องวงจรปิด wifi ภายในบ้าน
แม้ Volume ไม่สูง
แต่ Conversion สูงมาก
⑦ ใช้ Intent เป็นตัวตัดสินใจ
อย่าเลือกคำจาก Volume อย่างเดียว
ถามว่า:
-
คนค้นคำนี้กำลังจะซื้อไหม?
-
หรือแค่หาข้อมูล?
เว็บขายของควรโฟกัสคำที่ใกล้ “จ่ายเงิน”
⑧ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ ยิงคำกว้างเกินไป
❌ ไม่ทำหน้า Category แข็งแรง
❌ ไม่มี FAQ บนหน้า Product
❌ ใช้คำซ้ำทุกหน้าสินค้า
⑨ FAQ
Q: เว็บขายของควรทำบทความไหม?
ควร เพื่อดึง Informational Traffic เข้าสู่ Funnel
Q: ควรยิงคำกว้างหรือคำยาวก่อน?
คำยาวก่อน โดยเฉพาะถ้าเว็บใหม่
Q: Keyword ซ้ำกันในหลายสินค้าได้ไหม?
ควรแตก Intent ให้ชัด ไม่ชนกัน
⑩ สรุป
Keyword Research สำหรับ E-commerce
ไม่ใช่แค่หา Keyword
แต่ต้องเข้าใจ:
-
Buyer Journey
-
Intent
-
โครงสร้างสินค้า
-
Conversion
ทราฟฟิกที่ดี
ต้องกลายเป็นยอดขาย