Skip to main content

สรุปเครื่องมือ Keyword ฟรีที่ใช้ได้จริง (ไม่ต้องเสียเงินก็ทำ SEO ได้)

 หลายคนคิดว่า

“ไม่มีเงินซื้อ Ahrefs ก็ทำ SEO ไม่ได้”

ความจริงคือ
เครื่องมือฟรีก็เพียงพอ… ถ้าใช้เป็น

บทความนี้จะสรุปเครื่องมือ Keyword ฟรีที่ใช้งานได้จริง
ครบทั้ง SEO + AEO ตาม Search Intent


① Google Keyword Planner (ฟรีจาก Google)

เหมาะสำหรับ:

  • ดูแนวโน้ม Search Volume

  • หา Keyword Idea

  • ดู CPC เพื่อประเมินมูลค่าคำ

จุดแข็ง:
ข้อมูลจาก Google โดยตรง

จุดจำกัด:
ไม่มี Keyword Difficulty


② Google Trends (ดูเทรนด์ก่อนใคร)

เหมาะสำหรับ:

  • วิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว

  • ดูคำที่กำลังพุ่ง

  • เปรียบเทียบหลายคีย์เวิร์ด

ใช้ควบคู่กับ Keyword Planner จะทรงพลังมาก


③ AnswerThePublic (หาไอเดียคำถาม)

เหมาะสำหรับ:

  • ทำบทความ FAQ

  • ทำ AEO

  • หา Long-tail Keyword

จุดเด่นคือเห็น “คำถามจริงของคนค้นหา”


④ Ubersuggest (เวอร์ชันฟรี)

เหมาะสำหรับ:

  • ดู Volume เบื้องต้น

  • ดู Difficulty คร่าว ๆ

  • หา Keyword เพิ่มเติม

แม้ข้อมูลไม่ลึกเท่าเครื่องมือแพง
แต่เพียงพอสำหรับมือใหม่


⑤ Google Search Auto Suggest

วิธีง่ายที่สุด:

  • พิมพ์คำใน Google

  • ดูคำที่แนะนำด้านล่าง

  • ดู People Also Ask

นี่คือข้อมูลจากผู้ใช้จริง 100%


⑥ ใช้เครื่องมือฟรีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดยังไง?

แนวทางที่ถูกต้อง:

  1. ใช้ Google Trends ดูแนวโน้ม

  2. ใช้ Keyword Planner ดู Volume

  3. ใช้ AnswerThePublic หา Long-tail

  4. ตรวจสอบ SERP ด้วยตนเอง

นี่คือการทำ SEO แบบ “ฉลาด” แม้งบจำกัด


⑦ เครื่องมือฟรีพอสำหรับแข่งขันไหม?

ถ้าแข่งขันคำทั่วไป → พอ

แต่ถ้าแข่งขันคำธุรกิจ เช่น “รับทำ SEO”
เครื่องมือฟรีอาจไม่เพียงพอ
ดูแนวทางระดับมืออาชีพได้ที่ 👉 บริการรับทำ SEO


⑧ ถ้าทำคำแข่งขันสูง เช่น “รับทำ Backlink” ล่ะ?

คำแบบนี้:

  • ต้องวิเคราะห์ Backlink

  • ต้องดู Keyword Gap

  • ต้องวิเคราะห์ SERP เชิงลึก

เครื่องมือฟรีอาจไม่ให้ข้อมูลครบ
ดูบริการได้ที่ 👉 บริการรับทำ Backlink


⑨ สรุปภาพรวมทั้งหมวด

หมวด “เครื่องมือคีย์เวิร์ด” ทั้ง 11 บทความนี้
สอนตั้งแต่ระดับเริ่มต้น → ระดับแข่งขันสูง

สรุปสั้น ๆ:

  • มือใหม่ → ใช้เครื่องมือฟรีให้เป็นก่อน

  • ระดับธุรกิจ → ลงทุนเครื่องมือเสียเงิน

  • ระดับแข่งขันสูง → ต้องวิเคราะห์ลึก

เครื่องมือคือ “อาวุธ”
แต่กลยุทธ์คือ “ชัยชนะ”

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...