Skip to main content

Google Keyword Planner ใช้ยังไง? คู่มือใช้จริงสำหรับทำ SEO

 Google Keyword Planner คือเครื่องมือฟรีจาก Google ที่คนทำ SEO ทุกคนควรรู้จัก

แต่ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ใช้ไม่เป็น

บทความนี้จะอธิบายแบบ Step-by-Step พร้อมมุมมอง SEO + AEO ครบตาม Search Intent


① Google Keyword Planner คืออะไร?

Google Keyword Planner (GKP) คือเครื่องมือในระบบ Google Ads ที่ใช้สำหรับ:

  • หาไอเดียคีย์เวิร์ด

  • ดูปริมาณการค้นหา (Search Volume)

  • ดูการแข่งขันโฆษณา

  • วิเคราะห์ CPC (Cost per Click)

แม้จะออกแบบมาเพื่อ Ads แต่คนทำ SEO ใช้เพื่อวิเคราะห์ตลาดก่อนเขียนบทความ


② เข้าใช้งาน Google Keyword Planner ยังไง?

ขั้นตอนใช้งาน:

  1. เข้า Google Ads

  2. เลือก “Tools & Settings”

  3. คลิก “Keyword Planner”

  4. เลือก:

    • Discover new keywords

    • Get search volume and forecasts

ไม่ต้องรันโฆษณาก็ใช้งานได้


③ วิธีหา Keyword ใหม่ (Discover New Keywords)

ใส่คำหลัก เช่น:

  • รับทำ SEO

  • รับทำ Backlink

  • ทำเว็บไซต์

ระบบจะแสดง:

  • Keyword Idea

  • Avg. monthly searches

  • Competition

  • Top of page bid

เทคนิค:
เลือกคำที่มี Volume สม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่คำที่ Volume สูง

ถ้าต้องการวางโครงสร้าง SEO อย่างมืออาชีพ ดูแนวทางที่ 👉 บริการรับทำ SEO


④ ดู Search Volume ยังไงให้แม่น?

Google จะไม่โชว์ตัวเลขเป๊ะ หากไม่มีโฆษณา
แต่สามารถดูแนวโน้มได้จาก:

  • ช่วง 1K–10K

  • 10K–100K

  • Seasonal Trend

อย่าดูแค่ Volume
ต้องดู Intent ด้วย


⑤ วิเคราะห์ Search Intent จาก GKP ยังไง?

สังเกตคำประกอบ เช่น:

  • “คืออะไร” → Informational

  • “ราคา” → Commercial

  • “ซื้อ” → Transactional

  • “เว็บไซต์ xxx” → Navigational

นี่คือหลัก AEO ที่ต้องเข้าใจ


⑥ ข้อดีของ Google Keyword Planner

  • ฟรี

  • ข้อมูลจาก Google โดยตรง

  • เหมาะกับตลาดไทย

  • ดู CPC เพื่อประเมินมูลค่าคีย์เวิร์ดได้


⑦ ข้อจำกัดที่ต้องรู้

  • Volume ไม่ละเอียด

  • ไม่มี Keyword Difficulty

  • ไม่มีข้อมูล Backlink

  • ไม่มี Keyword Gap

ถ้าแข่งขันสูง เช่นคำว่า “รับทำ Backlink”
ควรใช้เครื่องมือระดับลึกควบคู่
ดูตัวอย่างการวิเคราะห์เชิงลึกที่ 👉 บริการรับทำ Backlink


⑧ เหมาะกับใคร?

  • มือใหม่

  • Blogger

  • ธุรกิจท้องถิ่น

  • คนเริ่มต้นทำ SEO

ไม่เหมาะกับ:

  • เว็บที่ต้องการวิเคราะห์คู่แข่งแบบจริงจัง


⑨ สรุป

Google Keyword Planner คือเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกคนควรใช้
แต่ไม่ควรใช้ตัวเดียว

มันคือ “จุดเริ่มต้น” ไม่ใช่ “เครื่องมือครบวงจร”

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...