Skip to main content

วิธีใช้ Google Search Console หา Keyword (ของจริงจากเว็บคุณเอง)

 ถ้าคุณยังทำ Keyword Research จากเครื่องมือภายนอกอย่างเดียว

คุณกำลังพลาด “Data จริง” จากเว็บตัวเอง

Google Search Console (GSC) คือแหล่ง Keyword ที่แม่นที่สุด
เพราะเป็นคำที่คนค้นแล้ว “เจอเว็บคุณจริง”

บทความนี้จะสอนวิธีใช้ GSC หา Keyword แบบมืออาชีพ


① ทำไม Google Search Console ถึงสำคัญ

GSC แสดงให้เห็นว่า:

  • เว็บคุณติดคำอะไรอยู่แล้ว

  • คำไหนมี Impression สูง

  • คำไหน CTR ต่ำ

  • คำไหนอันดับใกล้หน้าแรก

นี่คือโอกาสที่เร็วที่สุดในการดันอันดับ


② วิธีเข้าไปดู Keyword ใน GSC

ขั้นตอน:

  1. เข้า Google Search Console

  2. ไปที่ “ประสิทธิภาพ (Performance)”

  3. เลือกแท็บ “คำค้นหา (Queries)”

  4. เรียงตาม Impression หรือ Position

คุณจะเห็น Keyword ทั้งหมดที่เว็บคุณแสดงผลอยู่


③ หา “Low Hanging Fruit” จาก GSC

Low Hanging Fruit คือคำที่:

  • อันดับอยู่ 8–20

  • มี Impression สูง

  • CTR ยังต่ำ

คำแบบนี้ดันง่ายที่สุด

วิธีดัน:

  • เพิ่มเนื้อหา

  • ปรับ Title

  • เพิ่ม Internal Link

  • เพิ่ม FAQ


④ หา Keyword ใหม่ที่คุณไม่ได้ตั้งใจทำ

บางครั้ง GSC จะโชว์คำที่คุณไม่ได้ตั้งใจยิง

เช่น:

คุณทำบทความ SEO
แต่มีคนค้นเจอคำว่า
“รับทำ seo ดีไหม”

ถ้าคำนี้มี Impression สูง
คุณควรทำหน้าแยกหรือเพิ่ม Section รองรับ


⑤ ใช้ GSC หา Intent ที่เปลี่ยนไป

บาง Keyword ตอนแรกเป็น Informational
แต่เริ่มมีคำเช่น:

  • ราคา

  • บริษัท

  • ที่ไหนดี

แปลว่า Intent เปลี่ยน
คุณควรเพิ่ม Commercial Layer

ถ้าคุณทำบริการอย่าง
รับทำ SEO
GSC จะบอกคุณได้ว่า คำไหนเริ่มมี Intent ซื้อ


⑥ วิธีจัดกลุ่ม Keyword จาก GSC

ขั้นตอนมืออาชีพ:

  1. Export ข้อมูลเป็น Excel

  2. จัดกลุ่มตาม Intent

  3. หาคำที่ CTR ต่ำ

  4. หาคำที่ Position 11–20

นี่คือ Keyword Expansion จาก Data จริง


⑦ ใช้ GSC ตรวจ Cannibalization

ถ้าคำเดียวกัน
มีหลาย URL แสดงผล

อาจเกิด Keyword Cannibalization

ต้องพิจารณา:

  • รวมหน้า

  • ปรับ Intent

  • ทำ Redirect


⑧ FAQ (SEO + AEO)

Q: GSC แสดง Volume จริงไหม?
แสดงเฉพาะของเว็บคุณ ไม่ใช่ตลาดรวม

Q: ควรดูข้อมูลช่วงกี่วัน?
อย่างน้อย 3 เดือนเพื่อความแม่น

Q: เว็บใหม่ใช้ GSC ได้ไหม?
ได้ แต่ต้องรอมี Impression ก่อน


⑨ สรุป

Google Search Console คือ
เครื่องมือ Keyword Research ที่แม่นที่สุดสำหรับเว็บคุณ

มันไม่ใช่การเดา
มันคือ Data จริง

คนส่วนใหญ่ไม่ใช้มันเต็มที่
และนั่นคือโอกาสของคุณ

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...