Skip to main content

วิธีใช้ Google Trends หา Emerging Keywords ก่อนคู่แข่ง

 ถ้าคุณรอให้คีย์เวิร์ดมี Volume สูงก่อน

คุณกำลังมาช้าเกินไป

คนที่ชนะ SEO ระยะยาว
คือคนที่จับ “Emerging Keywords” ได้ก่อน

Google Trends คือเครื่องมือฟรีที่ช่วยให้คุณเห็นโอกาสนี้

บทความนี้จะสอนวิธีหา Emerging Keywords แบบมืออาชีพ
ครบทั้ง SEO + AEO


① Emerging Keywords คืออะไร?

Emerging Keywords คือคีย์เวิร์ดที่:

  • กำลังเริ่มมีการค้นหาเพิ่มขึ้น

  • ยังไม่แข่งขันสูง

  • มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต

ถ้าคุณทำคอนเทนต์ก่อนคู่แข่ง
คุณจะได้ Authority ก่อน


② ใช้ Google Trends หา Emerging Keywords ยังไง?

ขั้นตอน:

  1. เข้า trends.google.com

  2. ใส่คีย์เวิร์ดหลัก เช่น “รับทำ SEO”

  3. เลื่อนดูส่วน “Related Queries”

  4. ดูคำที่มีป้าย “Rising” หรือ “Breakout”

คำว่า Breakout = โตเร็วมาก


③ ดูแนวโน้มระยะยาวยังไง?

เลือกช่วงเวลา:

  • 12 เดือน

  • 5 ปี

ถ้ากราฟมีแนวโน้มขึ้นต่อเนื่อง
นั่นคือสัญญาณที่ดี

อย่าเลือกคำที่พุ่งเฉพาะช่วงสั้น ๆ


④ ใช้ Emerging Keywords สร้าง Content Cluster

เมื่อเจอคำที่กำลังโต:

  1. ทำบทความเฉพาะ

  2. ลิงก์กลับหน้า Pillar

  3. เพิ่ม FAQ รองรับ AEO

ถ้าคุณทำหมวดบริการ เช่น รับทำ SEO
การจับคำที่กำลังโตจะช่วยดันหน้า Service ได้เร็วขึ้น
ดูแนวทางได้ที่ 👉 บริการรับทำ SEO


⑤ วิเคราะห์ Emerging Keywords เชิงธุรกิจ

ไม่ใช่ทุกคำที่โตจะมีมูลค่า

ให้ดูว่า:

  • Intent เป็น Commercial หรือไม่

  • เกี่ยวข้องกับบริการหลักหรือไม่

  • มีแนวโน้มทำเงินได้หรือไม่


⑥ ใช้ Emerging Keywords กับคำแข่งขันสูงยังไง?

ตัวอย่างคำเช่น “รับทำ Backlink”

ถ้า Trends แสดงคำย่อยใหม่ เช่น:

  • backlink ai

  • backlink ปลอดภัย 2024

คุณควรรีบสร้างคอนเทนต์ก่อนคู่แข่ง

ดูแนวทางบริการได้ที่ 👉 บริการรับทำ Backlink


⑦ ความผิดพลาดที่พบบ่อย

❌ เลือกคำที่พุ่งแค่ชั่วคราว
❌ ไม่ดู Intent
❌ ไม่ลิงก์กลับหน้า Pillar

SEO ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์
แต่ต้องผูกกับโครงสร้างเว็บ


⑧ ใช้ Emerging Keywords ทำ AEO ยังไง?

คำใหม่มักมี:

  • คำถาม

  • ข้อมูลที่ยังไม่มีคำตอบชัด

ถ้าคุณเขียนตอบเร็ว
โอกาสติด Featured Snippet สูงมาก


⑨ สรุป

Google Trends ไม่ได้บอกแค่ว่า “อะไรดัง”

มันบอกว่า
“อะไรจะดัง”

คนที่จับ Emerging Keywords ได้ก่อน
จะได้เปรียบ SEO ระยะยาว

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...