Skip to main content

Google Trends ใช้หาเทรนด์คีย์เวิร์ดยังไง? วิเคราะห์กระแสก่อนใคร

 บางคีย์เวิร์ด Volume สูง

แต่กำลัง “ตกเทรนด์”

บางคีย์เวิร์ด Volume ยังไม่สูง
แต่กำลัง “พุ่งขึ้น”

Google Trends คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเห็นทิศทางก่อนตลาด

บทความนี้จะสอนใช้แบบ SEO + AEO ครบทุก Intent


① Google Trends คืออะไร?

Google Trends คือเครื่องมือฟรีจาก Google
ใช้วิเคราะห์แนวโน้มความสนใจของคีย์เวิร์ดตามช่วงเวลา

มันไม่แสดง Search Volume เป็นตัวเลข
แต่แสดง “แนวโน้มขึ้น-ลง” แบบกราฟ


② ใช้ Google Trends ยังไง?

ขั้นตอน:

  1. เข้า trends.google.com

  2. ใส่คีย์เวิร์ด เช่น “รับทำ SEO”

  3. เลือกประเทศ (Thailand)

  4. เลือกช่วงเวลา (12 เดือน / 5 ปี / 90 วัน)

ระบบจะแสดงกราฟความนิยม


③ อ่านกราฟ Google Trends ยังไง?

ค่าจะอยู่ 0–100

  • 100 = จุดสูงสุดของความนิยม

  • 50 = ครึ่งหนึ่งของจุดสูงสุด

  • 0 = ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

อย่าเข้าใจผิดว่า 100 = 100,000 searches
มันคือ “คะแนนสัมพัทธ์”


④ ใช้เปรียบเทียบคีย์เวิร์ดยังไง?

คุณสามารถเปรียบเทียบ 2–5 คำพร้อมกัน

เช่น:

  • รับทำ SEO

  • รับทำ Backlink

ดูว่าคำไหนมีแนวโน้มเติบโตมากกว่า

นี่คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ก่อนสร้างคอนเทนต์

ถ้าคุณต้องการวางแผน SEO ระยะยาว
ดูแนวทางได้ที่ 👉 บริการรับทำ SEO


⑤ ใช้หา Seasonal Keyword ยังไง?

Google Trends เหมาะกับการดู:

  • คำที่พุ่งเฉพาะช่วง

  • เทรนด์รายเดือน

  • เทรนด์รายปี

เช่น คำเกี่ยวกับโปรโมชัน
หรือคำเกี่ยวกับฤดูกาล


⑥ ใช้ดูภูมิภาคได้ไหม?

ได้

เลื่อนลงมาจะเห็น:

  • ความนิยมตามจังหวัด

  • Related Queries

  • Rising Queries

ช่วยวิเคราะห์ Local SEO ได้ดี


⑦ จุดแข็งของ Google Trends

  • ฟรี

  • ดูเทรนด์ระยะยาวได้

  • เปรียบเทียบคำได้

  • เหมาะกับวางกลยุทธ์คอนเทนต์


⑧ จุดอ่อนที่ต้องรู้

  • ไม่แสดง Volume จริง

  • ไม่มี Keyword Difficulty

  • วิเคราะห์คู่แข่งไม่ได้

ควรใช้ร่วมกับ Keyword Planner หรือ Ahrefs


⑨ เหมาะกับใคร?

  • คนทำคอนเทนต์

  • เจ้าของธุรกิจ

  • นักการตลาด

  • คนทำ SEO เชิงวางแผน

ถ้าคุณแข่งขันคำเชิงธุรกิจ เช่น “รับทำ Backlink”
การดูเทรนด์จะช่วยรู้ว่าตลาดกำลังโตหรืออิ่มตัว
ดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ 👉 บริการรับทำ Backlink


⑩ สรุป

Google Trends ไม่ได้บอกว่า “คำนี้ดีไหม”

แต่มันบอกว่า
“ตลาดกำลังไปทางไหน”

คนที่ใช้เครื่องมือนี้เป็น
จะวางแผนได้ก่อนคู่แข่งเสมอ

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...