Skip to main content

Keyword Cannibalization เช็คยังไง และแก้ยังไงไม่ให้อันดับแกว่ง

 หลายเว็บทำบทความเยอะ

แต่ไม่เคยเช็คว่า “คำชนกันเอง”

ผลลัพธ์คือ:

  • อันดับขึ้น ๆ ลง ๆ

  • บางวันหน้า A ติด

  • บางวันหน้า B ติด

  • สุดท้ายไม่มีหน้าไหนแข็งแรงจริง

นี่คือปัญหา Keyword Cannibalization


① Keyword Cannibalization คืออะไร

Keyword Cannibalization คือการที่:

หลายหน้าในเว็บไซต์
พยายามติด Keyword เดียวกัน

Google จะสับสนว่า
ควรจัดอันดับหน้าไหน


② สัญญาณว่าเว็บคุณกำลังชนคำ

  1. อันดับแกว่งบ่อย

  2. หน้าอันดับเปลี่ยนไปมา

  3. CTR ต่ำผิดปกติ

  4. GSC แสดงหลาย URL สำหรับคำเดียวกัน

ถ้าเห็นอาการแบบนี้
ควรตรวจทันที


③ วิธีเช็ค Cannibalization แบบ Manual

วิธีที่ 1: ใช้ Google

พิมพ์:

site:yourdomain.com "keyword"

ดูว่ามีกี่หน้าที่ขึ้น

ถ้ามากกว่า 1 หน้า
อาจมีการชนกัน


วิธีที่ 2: ใช้ Google Search Console

  1. เข้า Performance

  2. เลือก Query

  3. คลิกคำที่ต้องการ

  4. ดูว่าแสดงหลาย URL หรือไม่


④ สาเหตุที่ทำให้ชนคำ

  • เขียนบทความใกล้เคียงกันเกินไป

  • ไม่ทำ Keyword Mapping

  • แยก Cluster ผิด

  • ทำหน้า Tag / Category ซ้ำ


⑤ วิธีแก้ Cannibalization แบบมืออาชีพ

มี 4 วิธีหลัก:

1️⃣ รวมบทความ

ถ้าสองหน้ามี Intent เหมือนกัน
ควรรวมให้เป็นหน้าเดียวที่แข็งแรงกว่า


2️⃣ เปลี่ยน Intent ให้ต่างกัน

ตัวอย่าง:

  • วิธีทำ SEO → Informational

  • รับทำ SEO ราคา → Transactional

แยกให้ชัด


3️⃣ ทำ 301 Redirect

ถ้าหนึ่งหน้าอ่อนกว่า
ให้ Redirect ไปหน้าหลัก


4️⃣ ปรับ Internal Link

กำหนดหน้า “ตัวหลัก”
แล้วลิงก์คำหลักไปหน้านั้นเท่านั้น


⑥ Cannibalization ไม่ได้แย่เสมอไป

บางครั้ง:

  • เป็นคำใกล้เคียงแต่ Intent ต่าง

  • หรือเป็นหน้า Category + Product

ถ้าโครงสร้างชัด
ไม่ถือว่าเป็นปัญหา


⑦ วิธีป้องกันตั้งแต่ต้น

  • ทำ Keyword Mapping ก่อนเขียน

  • ใช้ Keyword Clustering

  • กำหนด 1 หน้า = 1 Primary Keyword

  • เช็คซ้ำทุก 3 เดือน


⑧ FAQ

Q: เว็บเล็กเกิดปัญหานี้ไหม?
เกิดง่ายกว่าเว็บใหญ่

Q: Cannibalization ทำให้อันดับตกไหม?
ทำให้อันดับไม่เสถียร

Q: ต้องแก้ทันทีไหม?
ถ้าอันดับแกว่ง ควรแก้


⑨ สรุป

Keyword Cannibalization
คือศัตรูเงียบของเว็บที่โตเร็ว

ทำบทความเยอะไม่ผิด
แต่ต้องจัดระบบให้ถูก

ถ้าคุณควบคุมคำได้
อันดับจะนิ่งขึ้นอย่างชัดเจน

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...