Skip to main content

Keyword Gap คืออะไร และใช้วิเคราะห์คู่แข่งยังไงให้ชนะจริง

 ถ้าคุณทำ SEO แบบเดาคำเอง

คุณกำลังเสียเวลา

วิธีที่เร็วกว่า คือดูว่า
“คู่แข่งติดคำอะไร แล้วคุณยังไม่มี”

สิ่งนี้เรียกว่า Keyword Gap


① Keyword Gap คืออะไร

Keyword Gap คือ “ช่องว่างของคำค้น” ระหว่าง:

  • เว็บไซต์คุณ

  • เว็บไซต์คู่แข่ง

พูดง่าย ๆ คือ
คำที่เขาติดอันดับ แต่คุณยังไม่มีหน้า

นี่คือโอกาสลัดขั้นตอน


② ทำไม Keyword Gap ถึงทรงพลัง

เพราะคุณไม่ได้เดาเอง
คุณดูจากข้อมูลจริงของคนที่ติดอันดับอยู่แล้ว

ถ้าเขาติดคำหนึ่งได้
แปลว่าคำนั้นมีทราฟฟิกจริง

คุณแค่ทำหน้าให้ดีกว่า


③ วิธีหา Keyword Gap แบบมืออาชีพ

วิธีที่ 1: ใช้เครื่องมือ SEO

ใน Ahrefs / SEMrush:

  1. ใส่โดเมนคุณ

  2. ใส่โดเมนคู่แข่ง 2–3 เว็บ

  3. ดูรายงาน “Keyword Gap”

  4. กรองคำที่คุณยังไม่มี

นี่คือวิธีเร็วที่สุด


วิธีที่ 2: Manual แบบฟรี

  1. ค้น Keyword หลัก

  2. เปิดบทความ Top 3

  3. วิเคราะห์หัวข้อย่อยทั้งหมด

  4. ดูว่าคุณยังไม่มีหัวข้อไหน

แม้ไม่มีเครื่องมือ
ก็ทำได้


④ วิธีเลือก Gap ที่ควรทำก่อน

ไม่ใช่ทุก Gap ควรทำ

ให้เลือกคำที่:

  • Intent ตรงธุรกิจ

  • Competition ไม่สูงเกินไป

  • มีโอกาส Conversion

เช่น ถ้าคุณทำบริการ
รับทำ SEO

คำอย่าง:

  • รับทำ seo รายเดือน

  • บริษัท seo เลือกยังไง

คือ Gap ที่ควรทำก่อนคำกว้าง


⑤ Gap 3 ประเภทที่ควรโฟกัส

  1. Traffic Gap – คำที่มีทราฟฟิกสูง

  2. Commercial Gap – คำที่มี Intent ซื้อ

  3. Authority Gap – หัวข้อที่คุณยังไม่มีเลย

เว็บที่โตเร็ว
จะปิด Gap อย่างเป็นระบบ


⑥ ระวังกับดัก Keyword Gap

❌ ไล่ทุกคำที่คู่แข่งมี
❌ ไม่ดู Intent
❌ ทำหน้าแข่งโดยไม่ปรับคุณภาพ

อย่าลอก
ให้ทำ “ดีกว่า”


⑦ วิธีใช้ Keyword Gap สร้าง Authority

ขั้นตอน:

  1. รวมคำ Gap ทั้งหมด

  2. จัดกลุ่มตาม Topic

  3. แตกเป็น Cluster ใหม่

  4. เชื่อม Internal Link

นี่คือวิธีขยายหมวดอย่างฉลาด


⑧ FAQ

Q: ต้องใช้เครื่องมือเสียเงินไหม?
ช่วยได้มาก แต่ไม่จำเป็น

Q: ควรดูคู่แข่งกี่เว็บ?
อย่างน้อย 3 เว็บ

Q: ทำ Gap ก่อนหรือทำคำใหม่เองก่อน?
ทำ Gap ก่อน จะเร็วกว่า


⑨ สรุป

Keyword Gap คือการดูว่าคู่แข่งชนะตรงไหน
แล้วคุณตามไปปิดจุดนั้น

นี่คือกลยุทธ์ของคนที่โตเร็ว
ไม่ใช่แค่คนที่ทำเยอะ

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...