Skip to main content

Keyword Prioritization จัดลำดับคำไหนควรทำก่อนเพื่อให้โตเร็วที่สุด

 หลายเว็บมี Keyword เป็นร้อยเป็นพันคำ

แต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากคำไหนก่อน

ผลคือทำกระจัดกระจาย
และโตช้า

ระดับ Expert จะไม่ถามว่า “มีคำอะไรบ้าง”
แต่จะถามว่า “คำไหนควรทำก่อน”

นี่คือ Keyword Prioritization


① Keyword Prioritization คืออะไร

Keyword Prioritization คือการจัดลำดับความสำคัญของ Keyword ตาม:

  • โอกาสติดอันดับ

  • ความสอดคล้องกับธุรกิจ

  • ศักยภาพทำเงิน

  • ระยะเวลาในการเห็นผล

ไม่ใช่ดู Volume อย่างเดียว


② 4 ปัจจัยหลักในการจัดลำดับคำ

1️⃣ Search Intent ตรงธุรกิจไหม?

ถ้าคำไม่เกี่ยวกับบริการหลัก
ตัดออกก่อน

เช่น ถ้าคุณขายบริการ SEO
คำอย่าง:

  • ประวัติ google

ไม่ควรอยู่ลำดับต้น


2️⃣ Keyword Difficulty เหมาะกับเว็บไหม?

เว็บใหม่ → ยิงคำแข่งขันต่ำก่อน
เว็บแข็งแรง → เริ่มยิงคำใหญ่


3️⃣ Commercial Value สูงไหม?

คำที่มีคำว่า:

  • ราคา

  • บริษัท

  • บริการ

  • สมัคร

มักมีมูลค่าสูง

เช่นคำที่เชื่อมไปหน้า:

👉 รับทำ SEO
👉 รับทำ Backlink

ควรอยู่ลำดับต้น


4️⃣ Internal Link Support มีไหม?

ถ้าหมวดนั้นมีบทความรองรับแล้ว
ทำต่อยอดได้เร็วกว่า


③ สูตรจัดลำดับแบบมืออาชีพ

ให้ให้คะแนนแต่ละคำ 1–5 ในด้าน:

  • Intent

  • Difficulty

  • Revenue Potential

  • Strategic Fit

รวมคะแนนแล้วจัดอันดับ

นี่คือวิธีที่เอาอารมณ์ออกจากการตัดสินใจ


④ ลำดับที่ควรทำสำหรับเว็บใหม่

ลำดับแนะนำ:

  1. Long-tail Low Competition

  2. Keyword Gap จากคู่แข่งเล็ก

  3. Commercial Intent กลาง

  4. คำกว้าง (เมื่อ Authority สูงขึ้น)

อย่าเริ่มจากคำใหญ่สุด


⑤ วิธีจัด Roadmap 90 วัน

เดือนที่ 1:

  • ยิง Long-tail 10–15 คำ

เดือนที่ 2:

  • ทำ Cluster เสริม

เดือนที่ 3:

  • ยิงคำ Commercial ระดับกลาง

แบบนี้โตแบบเป็นขั้นตอน


⑥ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

❌ ไล่ทำคำ Volume สูงสุดก่อน
❌ ทำคำตามกระแส
❌ ไม่มี Roadmap
❌ ไม่ดูทรัพยากรทีม

SEO ไม่ใช่แข่งเร็ว
แต่แข่งแม่น


⑦ FAQ

Q: คำ Volume ต่ำควรทำไหม?
ควร ถ้า Intent ตรง

Q: ทำคำยากเลยได้ไหม?
ได้ ถ้าเว็บมี Authority

Q: ต้องจัดลำดับใหม่บ่อยไหม?
ควรทบทวนทุก 3–6 เดือน


⑧ สรุป

Keyword Prioritization
คือศิลปะของการ “เลือกทำสิ่งที่สำคัญก่อน”

เว็บที่โตเร็ว
ไม่ใช่เว็บที่ทำเยอะ
แต่คือเว็บที่เลือกถูก

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...