Skip to main content

วิธีทำ Keyword Research สำหรับเว็บใหม่ (วางรากฐานให้ติดอันดับเร็ว)

 เว็บใหม่ไม่ได้แพ้ตั้งแต่เริ่ม

แต่จะแพ้ก็ต่อเมื่อ “เลือก Keyword ผิด”

ถ้าคุณเพิ่งเปิดเว็บ
กลยุทธ์ต้องต่างจากเว็บที่มี Authority แล้ว

บทความนี้คือแนวทางแบบมืออาชีพสำหรับเว็บใหม่โดยเฉพาะ


① เข้าใจข้อจำกัดของเว็บใหม่ก่อน

เว็บใหม่มักมี:

  • Domain Authority ต่ำ

  • Backlink น้อย

  • Google ยังไม่เชื่อมั่น

ดังนั้นห้าม:

❌ ไล่ Keyword ใหญ่
❌ แข่งกับเว็บระดับองค์กรทันที

ต้องเริ่มจากคำที่ “ชนะได้”


② เลือก Long-tail Keyword เป็นหลัก

สูตรง่าย ๆ สำหรับเว็บใหม่:

  • Volume 50–500

  • Difficulty ต่ำ

  • Intent ชัด

  • เฉพาะเจาะจง

ตัวอย่าง:

แทนที่จะทำคำว่า
“seo”

ให้ทำคำว่า
“วิธีทำ seo สำหรับเว็บใหม่”

หรือ
“รับทำ seo สำหรับธุรกิจท้องถิ่น”


③ ใช้ Framework 3 ชั้นสำหรับเว็บใหม่

ชั้นที่ 1: Informational

สร้างบทความให้ความรู้ เช่น:

  • keyword research คืออะไร

  • seo ทำยังไง

  • backlink สำคัญไหม

ชั้นที่ 2: Commercial

  • seo ดีไหม

  • รับทำ seo คุ้มไหม

  • บริษัท seo เลือกยังไง

ชั้นที่ 3: Transactional

  • รับทำ seo ราคา

  • รับทำ backlink รายเดือน

ถ้าคุณทำบริการอย่าง
รับทำ SEO
หรือ
รับทำ Backlink

คุณต้องมีทั้ง 3 ชั้นรองรับ


④ ใช้ Low Competition Strategy เท่านั้น

เว็บใหม่ควร:

  • เช็คหน้าแรกก่อนทุกครั้ง

  • หลีกเลี่ยงคำที่ Top 5 เป็นเว็บใหญ่ทั้งหมด

  • หา Keyword ที่มีเว็บเล็กติดอยู่

นี่คือช่องว่าง


⑤ สร้าง Topic Cluster ตั้งแต่ต้น

อย่าเขียนแบบกระจัดกระจาย

ทำแบบนี้:

Pillar: Keyword Research

Cluster:

  • keyword research คืออะไร

  • วิธีทำ keyword research

  • keyword research สำหรับเว็บใหม่

  • เครื่องมือ keyword research

Google จะเห็นโครงสร้างชัด
และจัดอันดับเร็วขึ้น


⑥ ใช้ AEO ดึง Snippet ให้เร็ว

เว็บใหม่ชนะได้ด้วย:

  • FAQ ชัด

  • คำตอบสั้น

  • โครงสร้าง H2 ดี

บางครั้งเว็บเล็กติด Snippet
เหนือเว็บใหญ่ได้


⑦ ทำ Internal Link อย่างมีกลยุทธ์

ทุกบทความต้องเชื่อมกัน

  • บทความ → หน้า Service

  • Blog → Landing Page

  • Cluster → Pillar

นี่คือการสร้าง Authority ภายในเว็บ


⑧ วาง Roadmap 90 วัน

Month 1:

  • ทำ Informational 10 บทความ

Month 2:

  • แตก Commercial Cluster

Month 3:

  • ดัน Transactional Page

SEO คือเกมระยะกลาง
ไม่ใช่วันเดียวติด


⑨ FAQ (SEO + AEO)

Q: เว็บใหม่ควรใช้เวลานานแค่ไหนถึงเห็นผล?
ปกติ 3–6 เดือน

Q: ต้องทำ Backlink ทันทีไหม?
ควรทำหลังมี Content Foundation

Q: เว็บใหม่ควรทำคำซื้อเลยไหม?
ทำได้ แต่ต้องเสริมคำแข่งขันต่ำควบคู่


⑩ สรุป

เว็บใหม่ไม่ได้อ่อนแอ
แค่ต้องเลือกสนามให้ถูก

เริ่มจาก:

  • Long-tail

  • Low competition

  • Intent ชัด

  • โครงสร้างดี

ทำถูกตั้งแต่วันแรก
คุณจะไม่ต้องแก้เว็บทีหลัง

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...