Skip to main content

Keyword Segmentation คืออะไร และใช้แบ่งตลาดอย่างไรให้โตแบบแม่นยำ

 Keyword Research ที่ดี

ไม่ได้แค่แบ่งตาม Intent

แต่ต้องแบ่งตาม “Segment ของลูกค้า”

สิ่งนี้เรียกว่า Keyword Segmentation


① Keyword Segmentation คืออะไร

Keyword Segmentation คือการแบ่งคำค้นตาม:

  • กลุ่มลูกค้า

  • ระดับงบประมาณ

  • ขนาดธุรกิจ

  • อุตสาหกรรม

  • ประสบการณ์ผู้ใช้

แทนที่จะมอง Keyword เป็นก้อนเดียว
ให้มองเป็น “ตลาดย่อย”


② ทำไม Segmentation สำคัญระดับ Expert

เพราะคำว่า:

“รับทำ seo”

อาจหมายถึง:

  • SME

  • บริษัทขนาดใหญ่

  • ธุรกิจท้องถิ่น

  • Startup

  • E-commerce

ถ้าคุณไม่แยก Segment
ข้อความในหน้าจะกว้างเกินไป
และ Conversion ต่ำ


③ วิธีแบ่ง Segment จาก Keyword จริง

ตัวอย่างการแบ่ง:

🔹 Segment ตามขนาดธุรกิจ

  • รับทำ seo สำหรับ SME

  • รับทำ seo สำหรับองค์กร

🔹 Segment ตามอุตสาหกรรม

  • seo สำหรับอสังหา

  • seo สำหรับคลินิก

  • seo สำหรับโรงงาน

🔹 Segment ตามงบ

  • seo ราคาไม่แพง

  • seo แพ็กเกจพรีเมียม

นี่คือ Micro-Market Strategy


④ วิธีใช้ Segmentation ทำหน้าเฉพาะ

อย่าใส่ทุก Segment ในหน้าเดียว

ควรทำ:

  • หน้า SEO สำหรับ SME

  • หน้า SEO สำหรับองค์กร

  • หน้า SEO สำหรับ E-commerce

แล้วเชื่อมกลับไปหน้า:

👉 รับทำ SEO

แบบเป็นโครงสร้าง


⑤ Segmentation ช่วยเพิ่ม Conversion อย่างไร

เมื่อผู้ใช้ค้นคำเฉพาะเจาะจง
แล้วเจอหน้า “ตรงกับเขา”

ความมั่นใจจะสูงขึ้นทันที

ตัวอย่าง:

“รับทำ seo สำหรับโรงงาน”

ถ้าเจอหน้าเฉพาะโรงงาน
โอกาสปิดดีลสูงกว่าเจอหน้า SEO ทั่วไป


⑥ วิธีหา Segment Keyword แบบมืออาชีพ

  1. ใช้ Google Suggest ต่อท้ายด้วย “สำหรับ…”

  2. วิเคราะห์ Case Study คู่แข่ง

  3. ดูหมวดอุตสาหกรรมใน LinkedIn

  4. วิเคราะห์ลูกค้าเดิมของคุณ

Segmentation ที่ดี
มาจาก Insight จริง


⑦ ความผิดพลาดที่คนไม่รู้ตัว

❌ ยิงคำกว้างเกินไป
❌ ไม่ทำหน้าเฉพาะตลาด
❌ เขียนเนื้อหาไม่เจาะจงกลุ่มใดเลย

ผลคือ “ดูดีแต่ไม่โดนใคร”


⑧ FAQ

Q: ควรทำทุก Segment ไหม?
ทำเฉพาะ Segment ที่คุณถนัดจริง

Q: Segment ทำให้ Keyword ซ้ำไหม?
ไม่ ถ้า Intent ต่างกันชัด

Q: เว็บเล็กทำได้ไหม?
ทำได้ และมักได้ผลดีกว่าเว็บใหญ่ด้วยซ้ำ


⑨ สรุป

Keyword Segmentation
คือระดับถัดไปของ Keyword Research

จากแค่ “หาคำ”
ไปสู่ “แบ่งตลาด”

และนี่คือวิธีโตแบบแม่นยำ
ไม่ใช่โตแบบกว้าง ๆ

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...