Skip to main content

Negative Keyword Thinking วิธีคัดคำที่ไม่ควรทำ เพื่อลดเวลาเสียเปล่า

 คนส่วนใหญ่ถามว่า

“ควรทำ Keyword อะไรดี?”

แต่นักทำ SEO ระดับ Expert จะถามเพิ่มว่า
“Keyword อะไรไม่ควรทำ?”

นี่คือแนวคิด Negative Keyword Thinking


① Negative Keyword Thinking คืออะไร

คือการวิเคราะห์และตัด Keyword ที่:

  • ไม่ตรงธุรกิจ

  • ไม่สร้างรายได้

  • มี Intent ผิดกลุ่ม

  • แข่งขันเกินทรัพยากร

การ “ไม่ทำบางคำ”
คือกลยุทธ์ที่ช่วยโตเร็วขึ้น


② Keyword แบบไหนที่ควรตัดออกทันที

1️⃣ Intent ไม่ตรงบริการ

ถ้าคุณขายบริการ SEO

คำอย่าง:

  • เรียน seo ฟรี

  • คอร์ส seo ออนไลน์

อาจไม่ตรงกับลูกค้าเป้าหมาย


2️⃣ Keyword นักเรียน / นักวิจัย

คำที่มีคำว่า:

  • คืออะไร

  • ตัวอย่าง

  • pdf

  • สรุป

บางคำอาจมีทราฟฟิก
แต่ Conversion ต่ำมาก


3️⃣ Keyword กว้างเกินไป

คำว่า:

  • seo

  • marketing

เว็บใหม่แทบไม่มีโอกาสติด


③ Negative Keyword ช่วยประหยัดทรัพยากรอย่างไร

ทุกบทความใช้:

  • เวลา

  • เงิน

  • พลังทีม

ถ้าเลือกคำผิด
คุณเสีย 3 อย่างนี้ทันที

ตัดคำผิดตั้งแต่ต้น
คือการเร่งสปีด


④ วิธีวิเคราะห์คำว่า “ควรทำไหม”

ให้ถาม 4 คำถาม:

  1. คนค้นคำนี้มีโอกาสเป็นลูกค้าไหม?

  2. เรามีทรัพยากรพอแข่งไหม?

  3. ทำแล้วเชื่อมไปหน้าหลักได้ไหม?

  4. คำนี้ช่วย Authority หรือไม่?

ถ้าตอบ “ไม่” มากกว่า 2 ข้อ
ควรพิจารณาตัด


⑤ ตัวอย่าง Negative Keyword ในสายบริการ

ถ้าคุณโฟกัสบริการระดับองค์กร
คำที่อาจไม่เหมาะ:

  • seo ทำเองฟรี

  • เทคนิค seo ง่าย ๆ

  • seo เบื้องต้น

เพราะคนค้นอาจไม่ต้องการจ้าง

แต่ถ้าคุณวาง Funnel ถูก
อาจใช้บางคำเพื่อดึง Awareness
แล้วเชื่อมไปหน้า:

👉 รับทำ SEO

แบบมีระบบ


⑥ ความต่างระหว่าง “ตัดทิ้ง” กับ “ชะลอทำ”

บางคำไม่ควรทำตอนนี้
แต่ทำได้ในอนาคต

เช่นคำแข่งขันสูง
อาจเก็บไว้เมื่อเว็บแข็งแรงขึ้น

นี่คือ Strategic Delay


⑦ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

❌ ทำทุกคำที่หาได้
❌ วิ่งตาม Volume
❌ ไม่คัด Intent
❌ ไม่มี Roadmap

SEO ไม่ใช่แข่งจำนวน
แต่แข่งการเลือก


⑧ FAQ

Q: Negative Keyword ใช้ใน SEO ด้วยหรือ?
แนวคิดใช้ได้ แม้จะไม่เหมือนใน Google Ads

Q: ควรตัดคำ Volume สูงไหม?
ถ้าไม่ตรงธุรกิจ ควรตัด

Q: เว็บใหม่ควรระวังอะไรที่สุด?
คำแข่งขันสูงและคำ Intent ผิดกลุ่ม


⑨ สรุป

ความสำเร็จของ SEO
ไม่ได้มาจากการทำทุกอย่าง

แต่มาจากการ “เลือกทำสิ่งที่ใช่”
และ “กล้าตัดสิ่งที่ไม่ใช่”

Negative Keyword Thinking
คือเครื่องมือของคนที่โตเร็วกว่า
เพราะเขาไม่เสียเวลากับคำที่ไม่ทำเงิน

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...