Skip to main content

ทำไมเขียนบทความแล้วไม่มี Impression เลย? แก้ยังไงให้ Google มองเห็น

 คุณเขียนบทความไปแล้ว

แต่เข้า Google Search Console แล้วพบว่า…

Impression = 0

ไม่มีใครเห็น
ไม่มีใครค้นเจอ

นี่คือปัญหาที่เจ้าของเว็บจำนวนมากเจอ
และส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าผิดตรงไหน

บทความนี้จะอธิบายสาเหตุ + วิธีแก้แบบตรงจุด
ครบทั้ง SEO + AEO


① Impression คืออะไร?

Impression คือจำนวนครั้งที่หน้าเว็บของคุณ
“ถูกแสดง” ในผลการค้นหา Google

ยังไม่ต้องมีคนคลิก
แค่แสดงก็ถือว่า 1 Impression แล้ว

ถ้าเป็น 0 แปลว่า Google ยังไม่เอาหน้าเว็บคุณไปแสดง


② สาเหตุหลักที่ไม่มี Impression

สาเหตุยอดฮิตมี 6 แบบ:

  1. หน้าเว็บยังไม่ถูก Index

  2. คีย์เวิร์ดไม่มีคนค้นหา

  3. Intent ไม่ตรง

  4. เว็บไซต์ยังไม่มี Authority

  5. โครงสร้าง Internal Link อ่อน

  6. คอนเทนต์บางเกินไป

ต้องไล่ตรวจทีละข้อ


③ ตรวจสอบก่อนว่า “หน้า Index หรือยัง”

เข้า Google Search Console
→ URL Inspection

ถ้ายังไม่ถูก Index
ให้กด Request Indexing

ถ้า Index แล้วแต่ยังไม่มี Impression
แปลว่าปัญหาอยู่ที่คีย์เวิร์ดหรือคุณภาพหน้า


④ คีย์เวิร์ดอาจไม่มีคนค้นหาเลย

บางครั้งเราเขียนจากความรู้สึก

แต่ไม่ได้ตรวจ Volume จริง

ใช้เครื่องมืออย่าง:

  • Google Keyword Planner

  • Ahrefs

  • SEMrush

ถ้าคำค้นหาแทบไม่มี
Impression ก็จะไม่มา


⑤ Intent ไม่ตรงกับสิ่งที่คนค้นหา

ตัวอย่างเช่น:

คุณเขียนบทความเชิงความรู้
แต่คีย์เวิร์ดเป็น Transactional

เช่นคำว่า “รับทำ SEO”

SERP ส่วนใหญ่เป็นหน้า Service
ถ้าคุณทำเป็น Blog
Google จะไม่ดัน

ดูโครงสร้างหน้า Service ที่ตรง Intent ได้ที่ 👉
บริการรับทำ SEO


⑥ เว็บไซต์ยังไม่มี Authority

เว็บใหม่มาก
Google ยังไม่มั่นใจ

คุณต้อง:

  • สร้างคอนเทนต์เพิ่ม

  • ทำ Internal Link

  • สร้าง Backlink คุณภาพ

โดยเฉพาะในคำแข่งขันสูงอย่าง Backlink
ต้องมีหน้า Service ชัดเจน
ดูตัวอย่างได้ที่ 👉
บริการรับทำ Backlink


⑦ โครงสร้าง Internal Link ไม่มีพลัง

ถ้าบทความใหม่
ไม่มีหน้าหลักลิงก์หาเลย

Google อาจมองว่าไม่สำคัญ

ให้ทำ:

  • ลิงก์จากหน้า Pillar

  • ลิงก์จากบทความเกี่ยวข้อง

  • ใช้ Anchor Text ชัดเจน


⑧ คอนเทนต์บางเกินไป

ถ้าบทความ:

  • สั้นเกินไป

  • ไม่ครอบคลุม

  • ไม่มี FAQ

  • ไม่ตอบคำถามชัด

Google อาจไม่ให้แสดงผล

AEO สำคัญมากในยุคนี้


⑨ วิธีเร่ง Impression ให้เร็วขึ้น

สูตรเร่ง:

  1. เลือก Long-tail Keyword

  2. Intent ชัด

  3. ทำเนื้อหาให้ลึกกว่า Top 10

  4. เชื่อม Internal Link ทันที

  5. แชร์ให้เกิดสัญญาณ Engagement

ทำครบ 5 ข้อนี้
Impression จะเริ่มขึ้นภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์


⑩ สรุป

Impression = สัญญาณแรกของการมองเห็น

ถ้าไม่มี Impression
แปลว่า Google ยังไม่มั่นใจหน้าเว็บคุณ

แก้โดย:

  • ตรวจ Index

  • เลือกคีย์เวิร์ดใหม่

  • วิเคราะห์ Intent

  • เพิ่ม Authority

  • เสริม Internal Link

SEO ไม่ใช่เรื่องดวง
แต่คือการวิเคราะห์ข้อมูล

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...