ถ้าคุณมีคีย์เวิร์ดเยอะ
แต่ยังไม่มี “หน้าหลักที่แข็งแรง”
คุณกำลังเสียพลัง SEO ไปโดยเปล่าประโยชน์
Pillar Page คือหัวใจของโครงสร้างเว็บไซต์ยุคใหม่
และ Keyword Tools คือเครื่องมือที่ช่วยออกแบบมัน
บทความนี้จะสอนสร้าง Pillar Page แบบมืออาชีพ
ครบทั้ง SEO + AEO
① Pillar Page คืออะไร?
Pillar Page คือหน้าเนื้อหาหลัก
ที่ครอบคลุมหัวข้อหนึ่งอย่างครบถ้วน
ลักษณะ:
ยาว
ลึก
ครอบคลุมหลาย Subtopic
มี Internal Link ไปยังบทความย่อย (Cluster)
Google ชอบโครงสร้างแบบนี้มาก
② ใช้ Keyword Tools เลือกคีย์เวิร์ด Pillar ยังไง?
ขั้นตอน:
ใช้ Ahrefs ดู Traffic Potential
ใช้ SEMrush ดู Intent
ใช้ GSC ดูคำที่เว็บเริ่มติดอันดับ
ใช้ PAA หา Subtopic
เลือกคำที่:
Volume สูง
Traffic Potential สูง
Intent ชัด
เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก
③ วางโครงสร้าง Pillar Page ยังไง?
โครงสร้างพื้นฐาน:
H1 = คีย์เวิร์ดหลัก
H2 = หัวข้อย่อยหลัก 5–10 หัวข้อ
H3 = คำถามจาก People Also Ask
มี FAQ Section
มี Internal Link ไปบทความ Cluster
นี่คือโครงสร้างที่รองรับ AEO ด้วย
④ ตัวอย่าง Pillar เชิงบริการ
ถ้าคุณทำหมวด “รับทำ SEO”
Pillar Page ควรครอบคลุม:
SEO คืออะไร
ทำ SEO ยังไง
ใช้เวลากี่เดือน
ราคาเท่าไหร่
เลือกบริษัทอย่างไร
แล้วลิงก์ไปบทความย่อยแต่ละหัวข้อ
ดูแนวทางหน้าเชิงบริการได้ที่ 👉 บริการรับทำ SEO
⑤ Pillar สำหรับคำแข่งขันสูงทำยังไง?
ตัวอย่างคำเช่น “รับทำ Backlink”
หน้า Pillar ควร:
อธิบาย Backlink คืออะไร
ประเภท Backlink
วิธีเลือก Backlink ปลอดภัย
ราคา
FAQ
และแตก Cluster เป็นบทความย่อย
ดูตัวอย่างเชิงบริการได้ที่ 👉 บริการรับทำ Backlink
⑥ ใช้ Traffic Potential เลือกความลึกเนื้อหา
ถ้า Traffic Potential สูง
คุณควร:
ทำเนื้อหา 2,000+ คำ
ครอบคลุมคำย่อยทั้งหมด
ทำ Internal Link ครบทุก Cluster
⑦ ใช้ Keyword Mapping รองรับ Pillar
ก่อนสร้าง Pillar:
ทำ Keyword Mapping
หลีกเลี่ยง Cannibalization
กำหนดหน้าเดียวเป็นเจ้าของคำหลัก
นี่คือการทำ SEO แบบมีระบบ
⑧ ความผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ ทำ Pillar แต่ไม่ทำ Cluster
❌ ทำ Cluster แต่ไม่ลิงก์กลับ
❌ เขียนสั้นเกินไป
❌ ไม่อัปเดตข้อมูล
Pillar ต้องอัปเดตสม่ำเสมอ
⑨ สรุป
Keyword Tools ช่วยให้คุณรู้ว่า:
ควรทำ Pillar คำไหน
ควรลึกแค่ไหน
ควรแตกหัวข้ออะไร
Pillar Page คือ “ศูนย์กลางอำนาจ” ของหมวด
ถ้าทำถูกต้อง
อันดับจะโตแบบยั่งยืน