Skip to main content

วิธีทำ Keyword Research แบบมืออาชีพ (Professional Framework ที่ใช้จริงในสาย SEO)

 ถ้าคุณยังทำ Keyword Research แบบ “พิมพ์คำแล้วดู Volume อย่างเดียว”

บอกเลยว่า คุณยังอยู่ระดับมือสมัครเล่น

บทความนี้จะอธิบาย “Framework มืออาชีพ” ที่ใช้กับเว็บธุรกิจจริง
และครอบคลุม SEO + AEO + Search Intent ครบ


① เข้าใจ Business Goal ก่อนหา Keyword

มืออาชีพไม่เริ่มจากเครื่องมือ
แต่เริ่มจาก “เป้าหมายธุรกิจ”

ถามตัวเองก่อน:

  • เราขายอะไร

  • กลุ่มลูกค้าเป็นใคร

  • ลูกค้าใช้คำแบบไหนค้นหา

ตัวอย่างเช่น:

ลูกค้าอาจค้นว่า:

  • รับทำ SEO ราคาเท่าไหร่

  • รับทำ backlink ดีไหม

  • บริษัท SEO กรุงเทพ

นี่คือ Commercial + Transactional Intent


② สร้าง Pillar Topic ก่อนแตกคำย่อย

มืออาชีพจะสร้างโครงสร้างแบบนี้:

Pillar Keyword
→ Keyword Research

แตกเป็น Cluster:

  • วิธีทำ keyword research

  • keyword research คืออะไร

  • เครื่องมือ keyword research

  • keyword research สำหรับเว็บใหม่

นี่เรียกว่า Topic Cluster Model
Google เข้าใจโครงสร้างแบบนี้มาก


③ วิเคราะห์ Search Intent ทุกคำ (สำคัญมาก)

อย่าเลือกคำจาก Volume อย่างเดียว

ต้องดูว่า:

  • หน้าแรก Google เป็นบทความ?

  • เป็นหน้าบริการ?

  • เป็น YouTube?

  • เป็นเว็บขายของ?

ถ้าคุณจะติดอันดับ
ต้องทำหน้าแบบเดียวกับที่ Google แสดง

นี่คือหลัก Intent Matching


④ วิเคราะห์ 4 ตัวชี้วัดหลัก (Professional Metrics)

มืออาชีพดู 4 อย่าง:

  1. Search Volume

  2. Keyword Difficulty

  3. CPC (Commercial Value)

  4. Intent Type

Keyword ที่ดี =
Volume พอเหมาะ + Difficulty ต่ำ + Intent ชัด


⑤ ทำ Keyword Mapping ก่อนลงมือเขียน

ขั้นตอนที่หลายคนข้าม:

  • 1 หน้า = 1 Primary Keyword

  • ห้ามชนกัน (Keyword Cannibalization)

  • แตก H2 / H3 จาก Secondary Keywords

ตัวอย่างโครงสร้างบทความ:

H1: วิธีทำ Keyword Research แบบมืออาชีพ
H2: Keyword Research คืออะไร
H2: วิธีวิเคราะห์ Intent
H2: เครื่องมือที่ใช้

นี่คือโครงสร้างที่ Google ชอบ


⑥ ใช้ AEO Strategy ร่วมด้วย

AEO = ทำให้ Google ดึงไปตอบคำถาม

เพิ่ม:

  • FAQ Section

  • คำถามตรงคำค้น

  • คำตอบสั้น กระชับ ชัด

เช่น:

Keyword Research คืออะไร?
Keyword Research คือกระบวนการค้นหาและวิเคราะห์คำค้นที่คนใช้ใน Google เพื่อนำมาทำ SEO ให้ติดอันดับ

แบบนี้มีโอกาสติด Featured Snippet


⑦ ขั้นตอนสรุปแบบมืออาชีพ (Step-by-Step)

  1. กำหนด Business Goal

  2. สร้าง Pillar Topic

  3. แตก Cluster Keywords

  4. วิเคราะห์ Intent

  5. วิเคราะห์ Difficulty

  6. ทำ Keyword Mapping

  7. เขียน Content ตาม Intent

  8. ใส่ Internal Link อย่างมีกลยุทธ์


⑧ FAQ (SEO + AEO)

Q: เว็บใหม่ควรใช้ Keyword Volume เท่าไหร่?
ต่ำกว่า 500 ต่อเดือน จะมีโอกาสติดเร็วกว่า

Q: ควรใช้เครื่องมืออะไร?
Ahrefs, SEMrush, Google Keyword Planner หรือใช้ Google Search ฟรีก็ได้

Q: ทำ Keyword Research นานแค่ไหน?
บทความใหญ่ควรใช้เวลา 1–2 ชั่วโมงวิเคราะห์ก่อนเขียน


⑨ สรุป

Keyword Research แบบมืออาชีพ
ไม่ใช่การสุ่มคำ

แต่คือการวาง “ระบบโครงสร้างเว็บไซต์ทั้งเว็บ”

ถ้าทำถูกตั้งแต่ต้น
SEO จะง่ายขึ้นมาก

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...