Skip to main content

วิธีใช้ SEMrush วิเคราะห์ SERP Volatility เพื่อจับโอกาสอันดับ

บางคีย์เวิร์ดอันดับนิ่งมาก

แทบไม่มีใครแทรกได้

บางคีย์เวิร์ดอันดับ “แกว่ง” บ่อย
นี่แหละคือโอกาส

SEMrush มีข้อมูลที่เรียกว่า SERP Volatility
ซึ่งช่วยให้คุณรู้ว่าคำไหนมีช่องให้แทรกอันดับ

บทความนี้จะสอนวิเคราะห์แบบมืออาชีพ
ครบทั้ง SEO + AEO


① SERP Volatility คืออะไร?

SERP Volatility คือระดับ “ความผันผวนของอันดับ”
ในหน้าผลการค้นหา

ถ้าอันดับเปลี่ยนบ่อย
แปลว่า Google ยังทดลอง / ยังไม่พอใจผลลัพธ์

นี่คือช่องว่างให้คุณแทรกตัว


② ดู SERP Volatility ใน SEMrush ยังไง?

ใน SEMrush คุณสามารถดูได้จาก:

  • Sensor Tool

  • SERP Features Change

  • Historical Position Tracking

ขั้นตอน:

  1. เข้า SEMrush → Sensor

  2. เลือกประเทศ

  3. ดูคะแนน Volatility

คะแนนสูง → อันดับแกว่งมาก
คะแนนต่ำ → อันดับนิ่ง


③ ทำไม SERP ที่แกว่งคือโอกาส?

เพราะ:

  • Google ยังหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่เจอ

  • Intent อาจยังไม่ตอบครบ

  • Content ในตลาดยังไม่สมบูรณ์

ถ้าคุณสร้างเนื้อหาที่เหนือกว่า
มีโอกาสแทรก Top 10 ได้ง่ายกว่า


④ วิเคราะห์คีย์เวิร์ดรายคำยังไง?

ใช้ Position Tracking

  1. ใส่คีย์เวิร์ดที่สนใจ

  2. ดูการเปลี่ยนอันดับย้อนหลัง

  3. วิเคราะห์แนวโน้ม

ถ้าคำใด:

  • เปลี่ยนอันดับบ่อย

  • หน้า Top 10 สลับกันหลายเว็บ

นี่คือโอกาส


⑤ ใช้ Volatility กับ Intent ยังไง?

ถ้า SERP แกว่ง
ลองดูว่า:

  • มีบทความผสมกับหน้า Service หรือไม่

  • Intent ไม่ชัดหรือเปล่า

ตัวอย่างคำเช่น “รับทำ SEO”
ถ้า SERP ผสม Blog + Service
แปลว่า Intent ยังไม่เสถียร

คุณต้องสร้างหน้า Service ที่ชัดเจน
ดูแนวทางได้ที่ 👉 บริการรับทำ SEO


⑥ วิเคราะห์คำแข่งขันสูงด้วย Volatility

ตัวอย่างคำเช่น “รับทำ Backlink”

ถ้าอันดับ Top 10 เปลี่ยนบ่อย
แปลว่าตลาดยังเปิด

คุณสามารถ:

  • ปรับ Content Depth

  • เพิ่ม FAQ

  • เพิ่ม Backlink

ดูแนวทางบริการได้ที่ 👉 บริการรับทำ Backlink


⑦ Volatility ต่ำ แปลว่าอะไร?

ถ้าอันดับนิ่งมาก

แปลว่า:

  • เว็บ Top 3 แข็งแรงมาก

  • Authority สูง

  • Backlink หนาแน่น

คำแบบนี้ต้องใช้ทรัพยากรสูง


⑧ ใช้ Volatility วางกลยุทธ์ยังไง?

แบ่งคีย์เวิร์ดเป็น:

  • กลุ่มนิ่ง → ทำระยะยาว

  • กลุ่มแกว่ง → ทำเชิงรุก

นี่คือการจัดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์


⑨ ความผิดพลาดที่พบบ่อย

❌ ไม่ดูความเสถียรของ SERP
❌ เลือกคำที่อันดับนิ่งเกินไป
❌ ไม่ติดตาม Position Tracking

SEO คือเกมข้อมูล
ไม่ใช่ความรู้สึก


⑩ สรุป

SERP Volatility คือเครื่องมือจับ “จังหวะ”

ถ้าคุณเข้าไปตอนตลาดยังไม่นิ่ง
คุณมีโอกาสติดอันดับเร็วกว่า

คนที่วิเคราะห์ Volatility เป็น
จะรู้ว่า “ควรโจมตีคำไหนก่อน”

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...