หลายคนที่เริ่มทำ SEO มักเจอคำถามว่า
“Ubersuggest ดีพอไหม หรือควรขยับไป Ahrefs / SEMrush เลย?”
บทความนี้จะวิเคราะห์แบบตรงไปตรงมา
ครบทั้ง SEO + AEO ตาม Search Intent
① Ubersuggest คืออะไร?
Ubersuggest คือเครื่องมือ SEO ที่พัฒนาโดย Neil Patel
มีทั้งเวอร์ชันฟรีและเสียเงิน
ฟีเจอร์หลัก:
Keyword Research
Keyword Difficulty
Domain Overview
Backlink Overview
Content Idea
จุดเด่นคือราคาถูกกว่าเครื่องมือระดับ Enterprise
② ใช้ Ubersuggest หา Keyword ยังไง?
ขั้นตอน:
เข้า ubersuggest.com
ใส่คีย์เวิร์ด เช่น “รับทำ SEO”
เลือกประเทศ (Thailand)
กด Search
ระบบจะแสดง:
Search Volume
SEO Difficulty
Paid Difficulty
CPC
Keyword Ideas
มือใหม่อ่านง่าย ไม่ซับซ้อน
③ ดู Keyword Difficulty ใน Ubersuggest ยังไง?
Ubersuggest จะแบ่ง Difficulty ประมาณ:
0–20 = ง่าย
20–40 = ปานกลาง
40+ = แข่งขันสูง
แต่ต้องเข้าใจว่า
ความแม่นยำอาจไม่ละเอียดเท่า Ahrefs
④ Ubersuggest เหมาะกับใคร?
เหมาะกับ:
มือใหม่เริ่มทำ SEO
Blogger
เจ้าของธุรกิจท้องถิ่น
เว็บขนาดเล็ก
ไม่เหมาะกับ:
เว็บแข่งขันสูง
เอเจนซี่ SEO
โปรเจกต์ระดับ Enterprise
ถ้าคุณทำธุรกิจจริงจัง
การวางแผนกลยุทธ์ SEO ควรลึกกว่านี้
ดูแนวทางมืออาชีพได้ที่ 👉 บริการรับทำ SEO
⑤ จุดแข็งของ Ubersuggest
ราคาเข้าถึงง่าย
ใช้งานง่าย
มี Chrome Extension
เหมาะกับตลาดเริ่มต้น
⑥ จุดอ่อนที่ต้องรู้
ข้อมูล Backlink ไม่ลึก
Volume บางครั้งไม่แม่น
ไม่มี Keyword Gap แบบ SEMrush
วิเคราะห์ SERP ได้จำกัด
ถ้าคุณแข่งขันคำเชิงธุรกิจ เช่น “รับทำ Backlink”
เครื่องมือระดับลึกจะให้ข้อมูลแม่นกว่า
ดูตัวอย่างแนวทางได้ที่ 👉 บริการรับทำ Backlink
⑦ Ubersuggest vs Ahrefs เลือกอะไรดี?
งบจำกัด → Ubersuggest
ต้องการข้อมูลระดับลึก → Ahrefs
มันขึ้นอยู่กับเป้าหมายและงบประมาณ
⑧ ใช้ Ubersuggest ทำ Content Idea ได้ไหม?
ได้
ไปที่เมนู Content Ideas
จะเห็นบทความที่มีคนแชร์เยอะ
ช่วยหาไอเดียคอนเทนต์ได้เร็ว
⑨ สรุป
Ubersuggest “ดีพอ” สำหรับมือใหม่
แต่ถ้าคุณต้องการแข่งขันจริง
มันอาจไม่เพียงพอ
มันคือเครื่องมือเริ่มต้น
ไม่ใช่อาวุธหลักของ SEO ระดับสูง