Skip to main content

คีย์เวิร์ดไม่มีคนค้นหา ควรทำไหม? หรือกำลังเสียเวลา

 หลายคนเปิดเครื่องมือแล้วเห็นว่า

Volume = 0

ก็สรุปทันทีว่า
“ไม่ควรทำ”

แต่ความจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

บทความนี้จะอธิบายแบบตรงไปตรงมา
ว่าคีย์เวิร์ดไม่มีคนค้นหา ควรทำหรือไม่
และควรทำในกรณีไหน
ครบทั้ง SEO + AEO


① Volume 0 แปลว่า “ไม่มีคนค้นหา” จริงไหม?

ไม่เสมอไป

เครื่องมือคีย์เวิร์ด:

  • แสดงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง

  • ปัดตัวเลข

  • ไม่รวมคำค้นหาย่อยทั้งหมด

คำ Long-tail บางคำ
อาจมีการค้นหา แต่เครื่องมือไม่แสดง


② กรณีที่ “ควรทำ” แม้ Volume = 0

1️⃣ คำที่มี Intent ชัดมาก

เช่นคำเฉพาะทาง
ที่กลุ่มเป้าหมายค้นหาแน่นอน

แม้ Volume ต่ำ
แต่ Conversion อาจสูง


2️⃣ คำที่เป็น Emerging Topic

คำใหม่
คำเทรนด์
คำเฉพาะช่วงเวลา

Google Trends อาจแสดงแนวโน้มขึ้น
แม้ Keyword Tool ยังไม่อัปเดต


3️⃣ คำที่เป็น Supporting Content

บางคำไม่ได้ทำเพื่อ Traffic
แต่ทำเพื่อเสริม Authority

เช่นในหมวด SEO
คุณอาจทำคำเฉพาะ
เพื่อเสริมหน้าเป้าหมายหลักอย่าง
👉 บริการรับทำ SEO


③ กรณีที่ “ไม่ควรทำ”

❌ คำที่ไม่มี Intent ชัด
❌ คำที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ
❌ คำที่ไม่มีบริบทในตลาดจริง

อย่าทำแค่เพราะคิดว่า “อาจมีคนค้น”


④ วิธีตรวจสอบว่าคำ Volume 0 มีศักยภาพไหม

ให้ดู 4 อย่าง:

  1. Google Suggest

  2. People Also Ask

  3. Google Trends

  4. SERP ว่ามีหน้าตอบไหม

ถ้า SERP มีหน้าแข่งขัน
แปลว่ามีคนค้นจริง


⑤ ใช้คำ Volume ต่ำสร้าง Funnel ยังไง?

คำเฉพาะบางคำ
อาจอยู่ใกล้เงินมาก

เช่นคำย่อยในหมวด Backlink
แม้ Volume ต่ำ
แต่ Intent ชัดเจน

สามารถลิงก์กลับหน้า Service ได้
👉 บริการรับทำ Backlink


⑥ Volume ต่ำ แต่รวมกันแล้วทรงพลัง

Long-tail จำนวนมาก
รวมกันสร้าง Traffic ได้สูง

อย่าดูแค่คำเดียว
ให้ดูภาพรวมของ Cluster


⑦ ความผิดพลาดที่พบบ่อย

❌ เชื่อ Volume 100%
❌ ไม่ตรวจ Google Suggest
❌ ไม่ดู Intent
❌ ทำคำที่ไม่มีบริบทจริง

SEO ต้องใช้วิจารณญาณ
ไม่ใช่ดูตัวเลขอย่างเดียว


⑧ สูตรตัดสินใจทำหรือไม่ทำ

ถามตัวเอง 3 ข้อ:

  1. คำนี้มี Intent ชัดไหม

  2. คำนี้ช่วยเสริม Authority ไหม

  3. คำนี้มีโอกาสทำเงินไหม

ถ้าได้อย่างน้อย 1 ข้อ
อาจคุ้มทำ


⑨ SEO ยุคใหม่ไม่ได้วัดแค่ Volume

Google วิเคราะห์:

  • ความครอบคลุมหัวข้อ

  • ความลึกของเนื้อหา

  • โครงสร้างเว็บ

  • Engagement

Volume เป็นแค่ส่วนหนึ่ง


⑩ สรุป

คีย์เวิร์ดไม่มีคนค้นหา
ไม่ได้แปลว่าไม่ควรทำ

แต่ต้องวิเคราะห์:

  • Intent

  • ศักยภาพ

  • บทบาทในโครงสร้างเว็บ

SEO ที่ฉลาด
ใช้คำเล็ก ๆ
สร้างอำนาจระยะยาว

Popular posts from this blog

SEO Content คืออะไร และวิธีเขียนคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก

 SEO Content คือเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดอันดับบน Google โดยตอบ Search Intent อย่างครบถ้วน พร้อมโครงสร้างที่ Search Engine เข้าใจง่าย ในปี 2026 การทำ SEO ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ด แต่คือการสร้างเนื้อหาที่ “ดีที่สุดในหัวข้อนั้น” ① SEO Content คืออะไร SEO Content คือการเขียนเนื้อหาที่: ตรงกับคำค้นหา ตอบคำถามผู้ใช้ครบถ้วน มีโครงสร้างชัดเจน มีคุณภาพสูง รองรับทั้ง SEO และ AEO SEO Content ที่ดีต้องตอบทั้ง “คนอ่าน” และ “อัลกอริทึม” ② SEO Content ต่างจากบทความทั่วไปอย่างไร บทความทั่วไป: เขียนตามความรู้สึก ไม่มีโครงสร้างชัด ไม่วิเคราะห์ Intent SEO Content: เริ่มจาก Keyword Research วิเคราะห์คู่แข่ง วางโครงสร้างหัวข้อก่อนเขียน มี Internal Linking ธุรกิจที่ต้องการทำอันดับจริงควรวางระบบผ่าน บริการ SEO ที่เน้นโครงสร้างและกลยุทธ์ครบวงจร ③ ขั้นตอนเขียน SEO Content แบบมืออาชีพ วิเคราะห์ Keyword และ Intent ดูคู่แข่งหน้าแรก วางโครงสร้าง H2-H3 เขียนให้ลึกกว่าเว็บอื่น ใส่ Internal Link ตรวจ On-Page ให้ครบ อย่าเริ่มเขียนโดยไม่มีโครงสร้าง ④ ความยาวบทความควรเท่าไร ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Intent...

Keyword Difficulty วิเคราะห์ยังไงให้แม่น (ไม่พลาดเลือกคำผิด)

 หลายคนดูแค่ตัวเลข Difficulty แล้วตัดสินใจทันที แต่นั่นคือความผิดพลาด Keyword Difficulty (KD) เป็นเพียง “ตัวช่วย” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย บทความนี้จะสอนวิธีวิเคราะห์ KD แบบมืออาชีพ ① Keyword Difficulty คืออะไร Keyword Difficulty คือค่าประเมินว่า “การแข่งขันของคำนี้สูงแค่ไหน” โดยทั่วไปวัดจาก: จำนวน Backlink ของหน้าอันดับต้น ๆ Authority ของโดเมน คุณภาพเนื้อหา แต่ตัวเลข KD ในแต่ละเครื่องมือ “ไม่เท่ากัน” ② อย่าเชื่อ KD อย่างเดียว เครื่องมืออาจบอกว่า: KD = 15 (ง่าย) แต่พอเปิดหน้าแรก เจอเว็บองค์กรระดับประเทศทั้งหมด แปลว่า “ยากกว่าที่คิด” ต้องดู SERP จริงเสมอ ③ วิธีวิเคราะห์ Difficulty แบบ Manual (แม่นกว่า) ขั้นตอน: เปิดหน้าแรก Google วิเคราะห์ Top 5 ดูว่า: เว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink เยอะไหม เนื้อหาลึกแค่ไหน ตอบ Intent ครบหรือไม่ ถ้า Top 5 เป็นเว็บเล็ก นี่คือโอกาส ④ ใช้ Backlink เป็นตัววัดสำคัญ ดูว่า: หน้าอันดับ 1 มี Backlink เท่าไร หน้าอันดับ 3–5 มี Backlink หรือไม่ ถ้าหน้าอันดับต้น ๆ แทบไม่มี Backlink คุณมีโอกาสแทรกด้วย Content Quality ⑤ Difficulty ต้องดูคู่กับ Intent บางคำ KD ต่ำ แต่ In...

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...