Skip to main content

Posts

Showing posts from February, 2026

Keyword Strategy ระยะยาว – วางแผน 6–12 เดือนให้เว็บโตแบบมีระบบ

 SEO ไม่ใช่งาน 1 เดือนแล้วจบ แต่คือเกมระยะยาว ถ้าคุณไม่มี Keyword Strategy 6–12 เดือน เว็บจะโตแบบสุ่ม และอันดับไม่เสถียร บทความนี้จะสรุปโครงสร้างแผนระยะยาวแบบมืออาชีพ ① ทำไมต้องวางแผนระยะยาว SEO ต้องใช้เวลา: Google ต้องสะสมความเชื่อมั่น เนื้อหาต้องสะสม Authority Backlink ต้องค่อย ๆ เพิ่มอย่างธรรมชาติ ถ้าคุณวางแผนรายเดือน คุณจะควบคุมทิศทางอันดับได้ ② โครงสร้างแผน 6–12 เดือน (ภาพรวม) เดือน 1–2: วางรากฐาน ทำ Keyword Mapping เลือก Long-tail KD ต่ำ สร้าง Cluster พื้นฐาน ปรับ On-page ให้ถูกต้อง ยังไม่ต้องรีบเล่นคำใหญ่ เดือน 3–4: ขยาย Cluster เพิ่มบทความรอง ทำ Semantic ครอบคลุม เริ่มสร้าง Internal Link แข็งแรง วิเคราะห์ Keyword Gap เริ่มเห็น Traffic เพิ่ม เดือน 5–6: ดันคำเชิงธุรกิจ เน้นคำ Transactional เช่น: รับทำ SEO → รับทำ SEO รับทำ Backlink → รับทำ Backlink เชื่อมจากบทความ Informational เดือน 7–9: ขยับไปคำแข่งขันกลาง เลือกคำ KD ปานกลาง เสริม Backlink อย่างเป็นธรรมชาติ ขยาย Topic Authority เว็บเริ่มมีแรงส่ง เดือน 10–12: ไล่คำใหญ่ เมื่อเว็บมี Authority แล้ว จึงเริ่มไล่ Short-tail เช่น: ...

Topic Authority คืออะไร – วิธีสร้างความเชี่ยวชาญทั้งหมวดด้วย Keyword Strategy

 ถ้าคุณอยากให้เว็บติดอันดับระยะยาว อย่าคิดแค่ “บทความเดียว” สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ Topic Authority หรือ “ความเชี่ยวชาญทั้งหัวข้อ” ① Topic Authority คืออะไร Topic Authority คือ ระดับความเชี่ยวชาญที่ Google มองว่าเว็บไซต์คุณมีในหัวข้อหนึ่ง ๆ ไม่ใช่แค่มีบทความเดียว แต่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งระบบ ตัวอย่างหัวข้อ “SEO” ถ้าคุณมีแค่บทความ “SEO คืออะไร” ยังไม่พอ แต่ถ้าคุณมี: Keyword คืออะไร Search Intent คืออะไร Keyword Difficulty Anchor Text Backlink Strategy Google จะเริ่มมองว่า เว็บนี้เชี่ยวชาญด้าน SEO จริง ② Topic Authority สำคัญต่ออันดับอย่างไร เมื่อ Authority เพิ่ม: คำใหม่ติดอันดับง่ายขึ้น คำใหญ่มีโอกาสติดมากขึ้น อันดับเสถียรระยะยาว Traffic โตแบบยั่งยืน นี่คือเหตุผลที่เว็บใหญ่ติดอันดับง่ายกว่า ③ สร้าง Topic Authority ด้วย Keyword Cluster ขั้นตอนหลักมี 3 ส่วน: 1️⃣ เลือกหัวข้อหลัก (Pillar Topic) เช่น: “SEO” ทำหน้า Pillar แข็งแรง เช่น รับทำ SEO 2️⃣ สร้าง Cluster Content แตกหัวข้อย่อย เช่น: Keyword Research Search Intent On-page SEO Technical SEO Backlink ทั้งหมดลิ...

Anchor Text กับ Keyword เกี่ยวข้องกันอย่างไร – กลไกส่งพลังคีย์เวิร์ดผ่านลิงก์

 หลายคนทำ Backlink เยอะ แต่อันดับไม่ขึ้น สาเหตุหนึ่งที่สำคัญมากคือ “Anchor Text” ถ้าใช้ผิด อันดับไม่ขยับ ถ้าใช้ถูก คีย์เวิร์ดจะถูกส่งพลังตรงจุด ① Anchor Text คืออะไร Anchor Text คือ ข้อความที่ใช้เป็นลิงก์เชื่อมไปยังหน้าอื่น ตัวอย่าง: รับทำ SEO คำว่า “รับทำ SEO” คือ Anchor Text Google ใช้ Anchor Text เพื่อเข้าใจว่า หน้าปลายทางเกี่ยวกับอะไร ② Anchor Text ส่งผลต่อ Keyword Ranking อย่างไร เมื่อเว็บไซต์อื่นลิงก์มาหาคุณ Google จะอ่าน Anchor Text เพื่อประเมินหัวข้อหน้า ถ้า Anchor Text ตรงกับคีย์เวิร์ดหลัก จะช่วยเสริมอันดับ แต่ถ้ามากเกินไป อาจถูกมองว่าปั่นอันดับ ③ ประเภทของ Anchor Text 1️⃣ Exact Match ใช้คีย์เวิร์ดตรงตัว ตัวอย่าง: รับทำ Backlink มีพลังสูง แต่ใช้มากเกินไปเสี่ยงโดนลดอันดับ 2️⃣ Partial Match มีคีย์เวิร์ดผสมในประโยค ตัวอย่าง: บริการรับทำ SEO สำหรับธุรกิจออนไลน์ ปลอดภัยกว่า Exact Match 3️⃣ Branded Anchor ใช้ชื่อแบรนด์ ตัวอย่าง: Comsiam ปลอดภัยที่สุด 4️⃣ Generic Anchor เช่น “คลิกที่นี่”, “อ่านเพิ่มเติม” ไม่มีพลังคีย์เวิร์ด แต่ช่วยให้โปรไฟล์ลิงก์ดูธรรมชาติ ④ Anchor Text ที่ดีควร...

Keyword Stuffing คืออะไร – ทำไมการยัดคีย์เวิร์ดทำให้เว็บพังมากกว่าดี

 สมัยก่อน SEO คือการ “ใส่คีย์เวิร์ดเยอะ ๆ” แต่วันนี้ ถ้าคุณยังทำแบบนั้น เว็บอาจโดนลดอันดับทันที นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Keyword Stuffing ① Keyword Stuffing คืออะไร Keyword Stuffing คือ การใส่คีย์เวิร์ดซ้ำมากเกินไปในหน้าเว็บ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพหรือความเป็นธรรมชาติของเนื้อหา ตัวอย่างผิด: รับทำ SEO ดีที่สุด รับทำ SEO ราคาถูก รับทำ SEO มืออาชีพ รับทำ SEO ติดหน้าแรก... ลักษณะนี้ Google มองว่า “พยายามปั่นอันดับ” ② ทำไม Google ลงโทษ Keyword Stuffing Google ใช้ AI และ NLP วิเคราะห์คุณภาพเนื้อหา ถ้าพบว่ามีการยัดคำเกินจำเป็น จะ: ลดอันดับ ลดความน่าเชื่อถือ บางกรณีอาจโดน Manual Action Google ต้องการเนื้อหาที่ตอบ Intent ไม่ใช่เนื้อหาที่ใส่คำซ้ำ ๆ ③ Keyword Density ควรเท่าไร ไม่มีตัวเลขตายตัว แนวทางที่ปลอดภัย: ใช้ Primary Keyword อย่างเป็นธรรมชาติ กระจาย Secondary Keyword ใช้ Semantic Keyword ขยายบริบท SEO ยุคใหม่เน้น “Context” ไม่ใช่ “ความถี่” ④ Keyword Stuffing เกิดขึ้นตรงไหนได้บ้าง ไม่ใช่แค่ในเนื้อหา จุดที่มักเกิด: Title ยัดคำซ้ำ Meta Description ใส่คำเกิน Footer ใส่คีย์เวิร์ดยาวเป็นพวง Ancho...

Branded Keyword vs Non-Branded Keyword – ควรโฟกัสแบบไหนให้โตทั้ง Traffic และยอดขาย

 หลายธุรกิจทำ SEO แล้วสงสัยว่า ควรดัน “ชื่อแบรนด์ตัวเอง” หรือควรไปล่าคำกว้าง ๆ ที่คนค้นหาเยอะกว่า? คำตอบคือ ต้องเข้าใจความต่างระหว่าง Branded Keyword และ Non-Branded Keyword ① Branded Keyword คืออะไร Branded Keyword คือ คีย์เวิร์ดที่มี “ชื่อแบรนด์” อยู่ในคำค้น ตัวอย่าง: comsiam comsiam seo บริษัท comsiam คนที่ค้นคำแบบนี้มัก: รู้จักแบรนด์แล้ว ต้องการเข้าเว็บไซต์โดยตรง มีความเชื่อมั่นระดับหนึ่ง Intent มักเป็น Navigational หรือ Transactional ② Non-Branded Keyword คืออะไร Non-Branded Keyword คือ คีย์เวิร์ดทั่วไปที่ไม่มีชื่อแบรนด์ ตัวอย่าง: รับทำ SEO รับทำ Backlink บริษัทรับทำ SEO ที่ไหนดี คำกลุ่มนี้คือแหล่ง Traffic ใหม่ และเป็นช่องทางหาลูกค้าที่ “ยังไม่รู้จักคุณ” เช่นคำว่า รับทำ SEO หรือ รับทำ Backlink ③ ความแตกต่างด้าน Intent และ Conversion ประเภท ความคุ้นเคย การแข่งขัน Conversion Branded สูง ต่ำ สูงมาก Non-Branded ต่ำ สูง ปานกลาง–สูง Branded มักปิดการขายง่ายกว่า แต่ Non-Branded คือเครื่องมือขยายตลาด ④ ควรโฟกัสแบบไหนก่อนดี เว็บใหม่ ควรโฟกัส Non-Branded ก่อน เพื่อดึงคนเข้ามารู้จักแบ...

Keyword Gap คืออะไร – วิธีหาโอกาสจากคู่แข่งแบบมืออาชีพ

 ถ้าคุณอยากโตเร็วกว่าเดิม อย่าคิดคีย์เวิร์ดเองทั้งหมด ให้ดูว่า “คู่แข่งติดคำอะไร” แล้วคุณยังไม่มีคำไหนบ้าง นี่คือแนวคิดของ Keyword Gap ① Keyword Gap คืออะไร Keyword Gap คือ ช่องว่างคีย์เวิร์ดระหว่างเว็บไซต์คุณกับคู่แข่ง พูดง่าย ๆ คือ: คำที่คู่แข่งติดอันดับ แต่คุณยังไม่มีหน้าเนื้อหาสำหรับคำเหล่านั้น นี่คือโอกาสที่มองเห็นได้ชัดที่สุดใน SEO ② ทำไม Keyword Gap ถึงสำคัญ เพราะมันช่วยให้คุณ: รู้ว่าคู่แข่งได้ Traffic จากไหน เห็นโอกาสใหม่โดยไม่ต้องเดา วางแผน Cluster เพิ่มได้ทันที โตเร็วขึ้นโดยใช้ข้อมูลจริง SEO ที่ดีไม่ใช่คิดเอง แต่คือวิเคราะห์ตลาด ③ วิธีหา Keyword Gap แบบง่าย วิธีที่ 1: ใช้เครื่องมือ SEO เครื่องมืออย่าง: Ahrefs (Content Gap) SEMrush (Keyword Gap) Ubersuggest ใส่โดเมนคุณ + โดเมนคู่แข่ง ระบบจะแสดงคำที่เขาติด แต่คุณยังไม่มี วิธีที่ 2: วิเคราะห์ SERP ด้วยตัวเอง ค้นคำหลักในธุรกิจคุณ เช่น: รับทำ SEO รับทำ Backlink ดูหน้าอันดับ 1–10 ว่าเขามีบทความอะไรบ้าง แล้วเช็กว่าเว็บคุณยังไม่มีหัวข้อไหน ตัวอย่างเช่น ถ้าคู่แข่งมีบทความลิงก์เข้าหา รับทำ SEO หลายบทความ แปลว่าเขากำลังสร้าง Cluste...

Primary Keyword vs Secondary Keyword ต่างกันอย่างไร – วางโครงสร้างคีย์เวิร์ดให้ถูก ก่อนทำอันดับ

 หลายเว็บทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้น เพราะ “ไม่แยกบทบาทคีย์เวิร์ด” การรู้ว่าอะไรคือ Primary Keyword และอะไรคือ Secondary Keyword คือพื้นฐานของการจัดโครงสร้างหน้าแบบมืออาชีพ ① Primary Keyword คืออะไร Primary Keyword คือ คีย์เวิร์ดหลักของหน้านั้น เป็นคำที่คุณต้องการให้หน้านั้นติดอันดับมากที่สุด ตัวอย่าง: หน้า Service หลัก Primary Keyword = “รับทำ SEO” → รับทำ SEO บทความให้ความรู้ Primary Keyword = “Keyword คืออะไร” หนึ่งหน้า = หนึ่ง Primary เท่านั้น ② Secondary Keyword คืออะไร Secondary Keyword คือ คำรองที่เกี่ยวข้องกับ Primary ช่วยขยายบริบท และเพิ่มโอกาสติดหลายคำพร้อมกัน ตัวอย่างหน้า “Keyword คืออะไร” Secondary อาจเป็น: Keyword Research Search Intent Long-tail Keyword Keyword Difficulty คำรองช่วยให้บทความ “ครอบคลุม” มากขึ้น ③ ทำไมต้องแยก Primary กับ Secondary ถ้าไม่แยก จะเกิดปัญหา: คีย์เวิร์ดซ้ำหลายหน้า Google สับสน อันดับแกว่ง แต่ถ้าแยกชัดเจน: โครงสร้างเว็บชัด Internal Link มีทิศทาง คำหลักแข็งแรงจริง นี่คือหลักของ Keyword Mapping ④ วิธีเลือก Primary Keyword ให้ถูก เลือกจาก 4 ปัจจัย...

Semantic Keyword คืออะไร – ทำไม Google เข้าใจ “บริบท” มากกว่าคำเดี่ยว ๆ

 ยุคก่อนทำ SEO แค่ใส่คีย์เวิร์ดซ้ำ ๆ ก็พอติดอันดับ แต่ปัจจุบัน Google ฉลาดขึ้นมาก วันนี้ Google เข้าใจ “ความหมาย” และ “ความสัมพันธ์ของคำ” นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Semantic Keyword ① Semantic Keyword คืออะไร Semantic Keyword คือ คำหรือวลีที่เกี่ยวข้องกันในเชิงความหมาย ไม่ใช่แค่คำเหมือน (Synonym) แต่เป็นคำที่อยู่ใน “บริบทเดียวกัน” ตัวอย่างหัวข้อ “SEO” คีย์เวิร์ดหลัก: SEO คืออะไร Semantic Keyword ที่เกี่ยวข้อง: Search Engine Google Algorithm Keyword Research Backlink On-page SEO Ranking Google จะดูภาพรวมของคำเหล่านี้ เพื่อเข้าใจว่าเนื้อหาคุณพูดเรื่อง SEO จริงหรือไม่ ② ทำไม Semantic Keyword ถึงสำคัญ Google ใช้ระบบ NLP (Natural Language Processing) และ AI เพื่อวิเคราะห์บริบทของเนื้อหา ถ้าคุณเขียนบทความ “SEO” แต่ไม่มีคำที่เกี่ยวข้องเลย Google จะมองว่าเนื้อหาตื้น ถ้ามี Semantic ครบ Google จะมองว่า “บทความนี้ครอบคลุมจริง” นี่คือหลักของ Content Quality สมัยใหม่ ③ Semantic Keyword ต่างจาก Keyword Stuffing อย่างไร Keyword Stuffing = ใส่คำเดิมซ้ำ ๆ Semantic SEO = ใส่คำที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมช...

Zero Search Volume Keyword ควรทำหรือไม่ – คีย์เวิร์ดไม่มีคนค้นหา แต่ทำเงินได้จริงไหม?

 หลายคนเปิดเครื่องมือ SEO แล้วเห็นคำว่า Search Volume = 0 แล้วตัดทิ้งทันที แต่ความจริงคือ… คีย์เวิร์ดบางคำที่ Volume 0 อาจมีมูลค่าสูงกว่าคำที่ค้นหา 1,000 ครั้งก็ได้ บทความนี้จะอธิบายแบบตรงไปตรงมา ว่าควรทำหรือไม่ และทำอย่างไรให้คุ้ม ① Zero Search Volume Keyword คืออะไร คือคีย์เวิร์ดที่เครื่องมือ SEO แสดงว่า มีการค้นหา “น้อยมาก” หรือ “ไม่มีข้อมูล” ตัวอย่าง: รับทำ SEO สำหรับคลินิกสัตว์เล็ก ทำ Backlink สำหรับเว็บทนายความ SEO สำหรับร้านขายทอง เครื่องมืออาจขึ้น 0 แต่ในความเป็นจริง คนค้นหาอาจมี เพียงแต่จำนวนน้อยเกินกว่าจะเก็บสถิติได้ชัดเจน ② ทำไม Volume ถึงเป็น 0 แต่ยังมีคนค้นหา เหตุผลหลักมี 3 ข้อ: เป็น Long-tail ที่เฉพาะเจาะจงมาก เป็นคำใหม่ที่ยังไม่มีข้อมูลสะสม เครื่องมือประเมินจากข้อมูลเฉลี่ย ไม่ใช่ข้อมูลจริง 100% ดังนั้น Volume 0 ≠ ไม่มีคนค้นหา ③ ควรทำ Zero Volume เมื่อไร ควรทำเมื่อ: Intent ชัดเจนมาก (เชิงธุรกิจ) เป็นตลาดเฉพาะ (Niche) คู่แข่งยังไม่มีใครทำ เกี่ยวข้องกับบริการหลักของคุณ ตัวอย่าง: คำว่า “รับทำ SEO สำหรับธุรกิจขนาดเล็กในจังหวัด” อาจ Volume ต่ำ แต่คนค้นหามักพร้อมจ้าง และสาม...

Search Volume คืออะไร – ดูตัวเลขค้นหาให้ถูก ก่อนเลือกทำ SEO

 หลายคนเลือกคีย์เวิร์ดจาก “ตัวเลข Volume สูง ๆ” แต่ความจริงคือ ถ้าอ่านตัวเลขผิด คุณจะเสียเวลาทำ SEO ไปฟรี ๆ บทความนี้จะอธิบายว่า Search Volume คืออะไร และดูอย่างไรให้ใช้ได้จริง ① Search Volume คืออะไร Search Volume คือ จำนวนครั้งเฉลี่ยที่มีการค้นหาคีย์เวิร์ดนั้นใน 1 เดือน ตัวอย่าง: “SEO” → 10,000+ ครั้ง/เดือน “วิธีทำ SEO สำหรับร้านค้าออนไลน์” → 300 ครั้ง/เดือน Volume สูง = คนค้นหาเยอะ แต่ไม่ได้แปลว่าคุณควรทำเสมอไป ② Search Volume สำคัญต่อ SEO อย่างไร Search Volume ช่วยให้คุณรู้ว่า: คีย์เวิร์ดนี้มีตลาดหรือไม่ คนสนใจมากแค่ไหน ควรจัดลำดับความสำคัญอย่างไร แต่ต้องดูร่วมกับ: Keyword Difficulty Search Intent การแข่งขันใน SERP SEO ที่ดีไม่ดูแค่ตัวเลขเดียว ③ วิธีดู Search Volume ให้ถูกต้อง 1️⃣ ใช้เครื่องมือ Keyword Research เช่น: Google Keyword Planner Ahrefs SEMrush Ubersuggest แต่จำไว้ว่า ตัวเลขคือ “ค่าเฉลี่ยโดยประมาณ” 2️⃣ ดูแนวโน้มด้วย Google Trends บางคำมี Volume สูงเฉพาะบางช่วงเวลา อย่าตัดสินจากเดือนเดียว 3️⃣ วิเคราะห์ SERP จริง ถ้าคำมี Volume สูง แต่หน้าแรกเต็มไปด้วยเว็บใหญ่ โอกาสติ...

วิธีจัดกลุ่มคีย์เวิร์ดเป็นคลัสเตอร์ (Keyword Cluster) – โครงสร้าง SEO ที่ทำให้เว็บโตทั้งระบบ

 ถ้าคุณทำ SEO แบบบทความกระจัดกระจาย อันดับจะขึ้นยากมาก แต่ถ้าคุณใช้โครงสร้าง Keyword Cluster Google จะมองว่าเว็บคุณ “เชี่ยวชาญจริง” บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่พื้นฐานจนถึงวิธีทำแบบมืออาชีพ ① Keyword Cluster คืออะไร Keyword Cluster คือ การจัดกลุ่มคีย์เวิร์ดที่มีความหมายใกล้กัน แล้วทำคอนเทนต์เชื่อมโยงกันเป็นระบบ แทนที่จะเขียนบทความโดด ๆ คุณจะสร้าง “กลุ่มเนื้อหา” ที่สนับสนุนกันเอง ตัวอย่างกลุ่ม “SEO พื้นฐาน” Keyword คืออะไร Search Intent คืออะไร Keyword Difficulty คืออะไร Long-tail Keyword คืออะไร ทั้งหมดนี้ควรเชื่อมกันเป็นระบบ ② ทำไม Cluster ถึงสำคัญต่อ SEO Google ไม่ได้จัดอันดับแค่หน้าเดียว แต่ดู “ความเชี่ยวชาญทั้งเว็บไซต์” Cluster ช่วยให้: Authority เพิ่ม Internal Link แข็งแรง อันดับมั่นคงระยะยาว โอกาสติดคำใหญ่สูงขึ้น นี่คือวิธีที่เว็บระดับมืออาชีพใช้ ③ โครงสร้าง Pillar + Cluster คืออะไร การทำ Cluster ที่ถูกต้องต้องมี 2 ส่วน: 1️⃣ Pillar Page หน้าหลักที่ครอบคลุมหัวข้อใหญ่ ตัวอย่าง: หน้าเกี่ยวกับ “รับทำ SEO” → รับทำ SEO 2️⃣ Cluster Content บทความย่อยที่ลึกในแต่ละประเด็น เช่น: Keyword ค...

วิธีทำ Keyword Mapping – วางแผนคีย์เวิร์ดไม่ให้ชนกัน และดันอันดับให้ชัดเจน

 ถ้าคุณไม่ทำ Keyword Mapping SEO จะกลายเป็นการเขียนแบบสุ่ม Keyword Mapping คือ “แผนผังคีย์เวิร์ดทั้งเว็บ” ที่กำหนดว่า คำไหนใช้กับหน้าไหน อย่างชัดเจน ① Keyword Mapping คืออะไร Keyword Mapping คือ การกำหนดว่า 1 คีย์เวิร์ดหลัก = 1 หน้าเท่านั้น ตัวอย่างโครงสร้างที่ถูกต้อง: “รับทำ SEO” → หน้า Service → รับทำ SEO “รับทำ Backlink” → หน้า Service → รับทำ Backlink “Keyword คืออะไร” → Blog Blog จะไม่แย่งคำกับ Service Page นี่คือหลักพื้นฐานที่หลายเว็บมองข้าม ② ทำไมต้องทำ Keyword Mapping ถ้าไม่ทำ จะเกิด: Keyword Cannibalization อันดับแกว่ง Google สับสน พลัง Backlink ไม่รวมศูนย์ Mapping ช่วยให้: โครงสร้างเว็บชัด Internal Link มีทิศทาง คำหลักแข็งแรงจริง ③ ขั้นตอนทำ Keyword Mapping แบบมืออาชีพ ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมคีย์เวิร์ดทั้งหมด แยกเป็น: คำหลัก (Primary Keyword) คำรอง (Secondary Keyword) Long-tail ขั้นตอนที่ 2: แยกตาม Search Intent Informational → Blog Commercial → เปรียบเทียบ Transactional → หน้า Service Navigational → หน้า Brand Intent ต้องมาก่อนเสมอ ขั้นตอนที่ 3: จัดลงตาราง ตัวอย่าง: Keywor...

Keyword Cannibalization คืออะไร – ปัญหาคีย์เวิร์ดชนกันที่ทำให้อันดับไม่ขึ้น

 หลายเว็บทำ SEO มานาน แต่ไม่ติดอันดับสักที สาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือ Keyword Cannibalization หรือ “การแย่งคีย์เวิร์ดกันเองในเว็บ” บทความนี้จะอธิบายว่า Cannibalization คืออะไร ส่งผลยังไง และแก้อย่างไร ① Keyword Cannibalization คืออะไร Keyword Cannibalization คือ การที่หลายหน้าในเว็บไซต์ใช้ “คีย์เวิร์ดหลักเดียวกัน” จน Google สับสนว่าจะจัดอันดับหน้าไหน ตัวอย่าง: หน้า A ใช้คำว่า “รับทำ SEO” หน้า B ก็ใช้คำว่า “รับทำ SEO” หน้า C ก็พยายามดันคำเดียวกัน ผลลัพธ์คือ Google สลับหน้าไปมา อันดับแกว่ง และไม่มีหน้าไหนขึ้นชัดเจน ② ทำไม Cannibalization ถึงเป็นปัญหา เมื่อหลายหน้าใช้คีย์เวิร์ดเดียวกัน: พลัง SEO ถูกกระจาย Backlink ไม่รวมศูนย์ CTR ลดลง Google เลือกหน้าผิด แทนที่จะมี 1 หน้าแข็งแรง คุณกลับมีหลายหน้าอ่อน ๆ ③ วิธีเช็คว่าเว็บคุณมีปัญหานี้หรือไม่ วิธีที่ 1: ใช้คำสั่งใน Google พิมพ์: site:yourdomain.com "คีย์เวิร์ด" ถ้ามีหลายหน้าใช้คำเดียวกัน ต้องตรวจสอบทันที วิธีที่ 2: ดูอันดับแกว่งผิดปกติ ถ้าคำหนึ่งสลับหน้าบ่อย มักเกิดจาก Cannibalization ④ วิธีแก้ Keyword Cannibalization วิธีที่ 1: รวมบ...

วิธีเลือกคีย์เวิร์ดให้ติดอันดับ – เลือกให้ถูกก่อนลงแรงทำ SEO

 การทำ SEO ไม่ได้เริ่มจาก “เขียนบทความ” แต่มันเริ่มจาก “เลือกคีย์เวิร์ดให้ถูก” ถ้าเลือกผิด ต่อให้เขียนดีแค่ไหนก็ไม่ติด บทความนี้จะสอนวิธีเลือกคีย์เวิร์ดแบบมืออาชีพที่ใช้ได้จริง ① เริ่มจาก Search Intent ก่อนเสมอ ก่อนดู Volume หรือ Difficulty ให้ถามก่อนว่า “คนค้นหาต้องการอะไร” ตัวอย่าง: “SEO คืออะไร” → Informational “รับทำ SEO” → Transactional ถ้า Intent เป็นเชิงจ้างงาน ควรพาไปหน้าบริการ เช่น รับทำ SEO อย่าทำบทความยาวแบบให้ความรู้กับคำที่คนพร้อมซื้อ ② วิเคราะห์หน้าอันดับ 1–10 ก่อนเขียน พิมพ์คีย์เวิร์ดใน Google แล้วดูว่า: หน้าแรกเป็นบทความหรือหน้าขาย เว็บที่ติดอันดับเป็นเว็บใหญ่หรือไม่ มี Backlink แข็งแรงแค่ไหน ถ้า Top 10 เป็นเว็บระดับประเทศ คุณอาจต้องเลือกคำใหม่ SEO ที่ดีต้อง “อ่าน SERP ให้ออก” ③ เลือก Keyword Difficulty ให้เหมาะกับเว็บ แนวทางทั่วไป: เว็บใหม่ → KD ต่ำกว่า 20 เว็บกลาง → KD 20–35 เว็บใหญ่ → 40+ อย่าดูแค่ Search Volume ต้องดูโอกาสติดอันดับด้วย ④ ใช้ Long-tail เป็นฐานราก สำหรับเว็บใหม่ ควรเลือก Long-tail เช่น: วิธีทำ SEO สำหรับธุรกิจเล็ก รับทำ Backlink สำหรับเว็บใหม่ คำแ...